ข่าวประชาสัมพันธ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่อุทยานสวรรค์ ๑๑๕ ปีฯ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ  ในพื้นที่อุทยานสวรรค์ ๑๑๕ ปี
อ่างทองหนองเจ็ดเส้นเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
ตำบลสายทอง  อำเภอป่าโมก  จังหวัดอ่างทอง
ในวันศุกร์ที่ ๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๕



              เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอุทยานสวรรค์ ๑๑๕ ปี อ่างทองหนองเจ็ดเส้นเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา   ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔  ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง  โดยมี นายสุเมธ  ตันติเวชกุล  เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา  นายมนูญ  มุกข์ประดิษฐ์  รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา  นายพิมลศักดิ์  สุวรรณทัต เหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา  นายวิศว  ศะศิสมิต  ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง  นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์  เลขาธิการ กปร.     พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน เฝ้ารอรับเสด็จฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินงานโครงการฯ และเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานอุทยานสวรรค์ ๑๑๕ ปี เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกจำนวน ๖๑ ราย จากนั้นเสด็จฯ ไปยังแท่นทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “อุทยานสวรรค์ ๑๑๕ ปี อ่างทองหนองเจ็ดเส้นเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ”และเสด็จฯ ทอดพระเนตรการจัดแสดงพันธุ์พืชเขตร้อนและอุโมงค์พืชผัก

  

         ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริแก่เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เลขาธิการ กปร. ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง    สรุปความว่า 
         ๑. เรื่องพันธุ์ข้าวปทุมธานี ที่มีอยู่ควรรีบดำเนินการแจกจ่ายให้ราษฎรก่อนที่เมล็ดพันธุ์ข้าวจะหมดอายุการงอก
         ๒. พื้นที่โครงการแก้มลิงหนองเจ็ดเส้นฯ บริเวณดังกล่าว มีลมพัดแรงควรปลูกต้นยางนา   เป็นแนวกำบังลมเพื่อให้สามารถปลูกพืชได้ และต้นยางนามีน้ำมัน มีประโยชน์ในการใช้ทาเพื่อรักษาเนื้อไม้ ใช้ทาไม้ เครื่องจักสานต่างๆ หรือใช้ผสมกับชันใช้ยาเรือ
         ๓. ปัจจุบันมีน้ำจากโครงการแก้มลิงฯ แล้ว จึงควรส่งเสริมให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงานแก่ราษฎร

    

ที่มา : สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ภาคกลาง