ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา จังหวัดลำปางมีพื้นที่ทั้งสิ้น 12,534 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำวังซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของแม่เจ้าพระยาไหลผ่าน โดยลุ่มน้ำวังมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 16 จากจำนวน 25 ลุ่มน้ำในประเทศไทย ในปี 2508 กรมชลประทาน ได้ศึกษาการพัฒนาลุ่มน้ำวังโดยสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำปิดกั้นแม่น้ำวัง รวม 2 แห่ง คือ เขื่อนกิ่วคอหมาในเขตอำเภอแจ้ห่ม และเขื่อนกิ่วลมในเขตอำเภอเมือง เพื่อเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำมากเกินความต้องการ บรรเทาอุทกภัย และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งตลอดจนเพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการอุปโภค บริโภคและอุตสาหกรรมของจังหวัดลำปาง และในปี 2511 จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกิ่วลม แล้วเสร็จสามารถเก็บกักน้ำได้ในปี 2515 นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำแล้วเสร็จในปี 2524 แต่เนื่องจากเขื่อนกิ่วลมมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานจึงได้วางแผนพัฒนาโดยจัดทำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ขึ้น ในลักษณะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อทำหน้าที่เก็บกักน้ำและมีระบบส่งน้ำด้วยตัวเอง จำนวน 2 เขื่อน อยู่ในลำน้ำเดียวกัน โดยเขื่อนกิ่วคอหมา ตั้งอยู่เหนือเขื่อนกิ่วลมขึ้น 55 กิโลเมตร ทำหน้าที่ส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกในเขต อำเภอแจ้ห่ม และเสริมปริมาณน้ำให้เขื่อนกิ่วลมเพื่อขยายพื้นที่ส่งน้ำของระบบส่งน้ำกิ่วลมเดิม ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา จึงทำให้การบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เมื่อรวมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบแล้ว ทำให้สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนประมาณ 120,000 ไร่ และในช่วงฤดูแล้งสามารถส่งน้ำได้ประมาณ 72,000 ไร่ นอกจากนี้ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง เพื่อการอุตสาหกรรม ผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำประปา รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวลำปางอีกด้วย 



Cr : นายช่างภาพ สำนักงานกปร.