โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2522ให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาฯ แห่งแรกขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย ด้านการเกษตรกรรมที่สมบูรณ์แบบ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ  ฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาดิน การวางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์  เพื่อหารูปแบบการพัฒนาด้านต่างๆ  ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้รูปแบบ/วิธีการต่าง ๆที่ประสบความสำเร็จให้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ  จากนั้นนำผลการศึกษา  ทดลอง  วิจัย  ที่ประสบความสำเร็จไปขยายผลและส่งเสริมการพัฒนาให้แก่ราษฎรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และพื้นที่ใกล้เคียงให้มีความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้

 

 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีลักษณะการดำเนินงานแบบบูรณาการ ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  มีประชาชน นักศึกษาและ เกษตรกร ให้ความสนใจ เข้าเยี่ยมชมและเข้ารับการฝึกอบรมเป็นจำนวนมาก  โดยปีงบประมาณ 2551  มีผู้สนใจเข้าชมศูนย์ฯกว่า 130,000 คน    การดำเนินงานแบ่งออกเป็น  3  ด้าน  คือ
  แผนงานสาธิตและทดสอบ ประกอบด้วย  ด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ
   1. ด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
 - ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และการอนุรักษ์ธรรมชาติ  การดำเนินงานด้านทรัพยากรป่าไม้ของศูนย์ฯ แบ่งเป็น  3  ส่วนใหญ่  ๆ  กล่าวคือ 
  1) สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้า ดำเนินการบำรุงรักษาพันธุ์ไม้เดิมและปลูกไม้มีค่าหายาก และไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ 200 ไร่ ผลสำรวจเมื่อปี 2550 พบว่า มีนกรวม 71 ชนิด เป็น นกประจำถิ่น 51 ชนิด นกอพยพย้ายถิ่น 17 ชนิด และ นกอพยพผ่าน 3 ชนิด  
  2) สวนพฤกษศาสตร์เขาหินซ้อน ดำเนินการบำรุงรักษาไม้เดิมและปลูกเพิ่มเติมในพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ โดยปลูกไม้วงศ์ต่างๆ 12 วงศ์  จัดทำทางเดินชมทัศนียภาพ  และสวนป่าสมุนไพร  เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าชม  รวมทั้งมีการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร อาทิ สบู่ว่านสาวหลง สบู่ว่านเปราะหอม แชมพูดอกอัญชัน เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

  

มีผู้เข้าชมสวนพฤกษศาสตร์เป็นจำนวนมาก ว่านสาวหลง

  3) งานเพาะชำกล้าไม้ ดำเนินการเพาะกล้าไม้และปลูกป่าสาธิต 
ในพื้นที่ศูนย์ฯ  และพื้นที่เกษตรกร ได้แก่ ไม้โตเร็ว อาทิ ประดู่ป่า พยุง ยางนา  ไม้กินได้ อาทิ มะขาม สะเดา เพื่อให้พื้นที่มีความร่มรื่นและเป็นแหล่งอาหารป่าของราษฎรในพื้นที่ และในปี 2551 ผลิตกล้าไม้ จำนวน 300,000 กล้า เพื่อแจกจ่ายกล้าไม้ให้แก่นักเรียน และประชาชนผู้สนใจทั่วไป

 

 

  
ในปี 2551 งานเพาะชำสามารถผลิตกล้าไม้กว่า 300,000 กล้า

 - ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดิน  ดำเนินการสำรวจ  วางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน  วางระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ  โดยการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี  เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน สนับสนุนบ่อน้ำประจำไร่นา สาธิตและส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินด้วย ปุ๋ยอินทรีย์  ส่งเสริมระบบการเกษตรผสมผสาน  ส่งเสริมการปรับปรุงพื้นที่บ่อทรายร้าง ผลิตและส่งเสริม การปลูกหญ้าแฝก ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์สามารถทำการเกษตรได้

  
ปี 2551 ผลิตและปลูกหญ้าแฝก จำนวน 3,000,000 กล้า โครงการฟื้นฟูบ่อทรายร้าง

- ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรแหล่งน้ำ  ได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ  ระบบส่งน้ำ  สระเก็บน้ำขนาดเล็ก  ฝายชะลอความชุ่มชื้น และบำรุงรักษาแหล่งที่จัดสร้างไว้  เพื่อเก็บกักน้ำและส่งน้ำให้พื้นที่ศูนย์ฯ และพื้นที่ราษฎรมีน้ำในการทำการเกษตรการอุปโภค-บริโภคได้อย่างเพียงพอ
อ่างเก็บน้ำทั้ง 9 แห่ง  ปริมาตรความจุรวม 5.770 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกัก 3.476 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ( คิดเป็นร้อยละ 59) ซึ่งคาดว่าพอเพียงสำหรับการอุปโภค-บริโภค ในและนอกศูนย์ฯ
 
  
เนื่องจากในปี 2551 มีปริมาณฝนมาก
ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนพอเพียงในปี 2552 ฝายชะลอความชุ่มชื้น ในลำราง

- ด้านพลังงานทดแทน ดำเนินการจัดทำแปลงสาธิตสบู่ดำ พร้อมเครื่องหีบ  รวมทั้งมีเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วและมีการทดสอบการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อปลูกสบู่ดำในพื้นที่ดินทรายจัด การส่งเสริมการปลูกสบู่ดำในชุมชน และโครงการฝึกอบรมเกษตรกร จำนวน 30 ราย รวมทั้งจัดตั้งธนาคารสบู่ดำ 

  
แปลงสาธิตสบู่ดำ เครื่องหีบสบู่ดำ

  
กังหันผลิตไฟฟ้าด้วยกำลังลม เครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจาก
น้ำมันพืชใช้แล้ว

2. ด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ 
ได้ดำเนินการพัฒนาด้านการเกษตร  ปศุสัตว์  ประมง เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปปฏิบัติปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป  ซึ่งมีเกษตรกรให้ความสนใจ และนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ อาทิ  สาธิตทดสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินเกษตรทฤษฎีใหม่ สาธิตการผลิตพืชผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สาธิตการเลี้ยงนกกระจอกเทศ  สาธิตการเลี้ยงเป็ด-ไก่ สาธิตการผลิตอาหารสัตว์น้ำ 
  
สาธิตการเลี้ยงปลาด้วยอาหารเสริม แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่

  
สาธิตการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ สาธิตการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ

  
สาธิตการปลูกบอนสี สาธิตการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน

แผนงานศึกษาวิจัย   มีแผนงานศึกษา รวม 9 แผนงาน
ได้ดำเนินการวิจัยศึกษา ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน การเกษตร การประมงและการเลี้ยงสัตว์  โดยเฉพาะ ศูนย์ฯ สามารถทำการศึกษาการผสมพันธุ์พืชชนิดใหม่ๆ ที่มีคุณภาพดีเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มีที่แล้วเสร็จ จำนวน 7 พันธุ์   

  
ข้าวโพดฉัตรทอง ถั่วฝักยาวเขาหินซ้อน

และในปี 2551 ได้มีแผนงานศึกษารวม 9 แผนงาน


  
การศึกษาการเลี้ยงกบในกระชัง ทดสอบประสิทธิภาพปุ๋ยอินทรีย์น้ำชีวภาพ

  แผนงานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยี
   ดำเนินการขยายผลโดยการนำผลสำเร็จที่ได้จากการศึกษา ทดลอง วิจัย เผยแพร่ สาธิต และส่งเสริมสนับสนุนให้แก่เกษตรกรเป้าหมายหลัก ในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  15  หมู่บ้าน  และพื้นที่ส่วนขยายใหม่อีก 14  หมู่บ้านในตำบลบ้านซ่อง  รวมพื้นที่เกษตร 150,000 ไร่ กว่า 7,000 ครัวเรือน ประชากรกว่า 30,000 คน  
1. โรงสีพระราชทาน    ให้บริการสีข้าว และมีการจัดตั้งสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมด้านเงินกู้และจัดหาสินค้ามาจำหน่ายแก่สมาชิก การรับฝากข้าวเปลือกเพื่อเก็บรักษาในยุ้งฉาง รวมทั้งมีการส่งเสริมให้มีกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ดี ปัจจุบัน มี 4 กลุ่ม จำนวน 70 รายพื้นที่ 400 ไร่

  
โรงสี คิดราคาค่าไฟ 6 บาทต่อข้าวเปลือก 1 ถัง การส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี

2. การฝึกอบรม  ในปี 2551 ศูนย์ฯ จัดการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ กว่า 25 หลักสูตร รวม 30 รุ่น ประมาณ 2,000 ราย และจากการอบรมซึ่งมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ การให้คำแนะนำ รวมทั้งมีการติดตามผลของเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกษตรกรสามารถนำความรู้มาสร้างอาชีพเลี้ยงตนเอง กระทั่งเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว 

  
ฝีกอบรมเยาวชน การฝึกอบรมการทำบัญชีคัวเรือน

3.  การส่งเสริมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่าย ปัจจุบัน ศูนย์ฯ มีการจัดตั้งเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรรวม 26 กลุ่มอาชีพ รวมทั้งให้มีจุดเรียนรู้ทั้ง 26 จุด และมีแนวทางจัดตั้งกลุ่มให้เพิ่มมากขึ้น  โดยเน้นให้กลุ่มมีความเข้มแข็งสามารถจัดการภายในกลุ่มของตนได้

  
เกษตรกรแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างศูนย์เรียนรู้


4. การประชาสัมพันธ์สู่ประชาชนให้กว้างขวาง  ในหลายช่องทาง ทั้งการให้ความรู้ทางวิทยุชุมชน  การจัดบอร์ดประกาศข่าวในหมู่บ้าน การจัดทำจดหมายข่าวเขาหินซ้อน การจัดทำคู่มือเอกสารทางวิชาการ รวมทั้งการจัดนิทรรศการภายในศูนย์ฯและจัดร่วมกับส่วนราชการในจังหวัด  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ใต้ร่มพระบารมี 29 ปี เขาหินซ้อน” ระหว่างวันที่ 8 -12 สิงหาคม 2551 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก

แนวทางการดำเนินงานต่อไป

  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ได้วางแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษา  ทดลอง  วิจัย  จะให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านพลังงานทดแทน  การพัฒนาการเกษตร  การพัฒนาแหล่งน้ำ  เพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนพลังงานและภัยแล้งในพื้นที่  และสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มมากขึ้น  โดยยึดแนวพระราชดำริและเป็นข้อมูลทางวิชาการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกร  สำหรับงานขยายผลสู่เกษตรกร  จะเน้นรูปแบบการมีส่วนร่วมของเกษตรกรให้มากขึ้น  และส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพของเกษตรกร  และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นแรงเสริมให้งานขยายผลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  
กระสอบทรายกันตลิ่งและติดตั้งสะพานชั่วคราว (บริเวณหน้ากิจกรรมวิชาการเกษตร)

  อนึ่ง เมื่อเดือนตุลาคม 2551 เกิดน้ำท่วมบริเวณ บ้านพักและกัดเซาะถนนบริเวณหน้ากิจกรรมวิชาการเกษตร ซึ่งขณะนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบอาคารบังคับน้ำและปรับปรุงถนน ท่อลอด และประตูระบายน้ำ ในศูนย์ฯ ทั้งระบบ แล้วเสร็จ คาดว่า จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในปลายปี 2552

 

ที่มา :: กลุ่มประสานงานโครงการพื้นที่ภาคกลาง