ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

   

   

เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลบวรราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ราษฎร ๗ ราย ได้น้อมเกล้าฯถวายที่ดิน หมู่ที่ ๒ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จำนวน ๒๖๔ ไร่

                   "...ประวัติมีว่า...ตอนแรกมีที่ดิน๒๖๔ ไร่ ที่ผู้ใหญ่บ้านให้ "เพื่อสร้างตำหนัก" ในปี ๒๕๒๐ ที่เชิงเขาหินซ้อนใกล้วัดหินซ้อนตอนแรกก็ต้องค้นคว้าว่าที่ตรงนั้นคือตรงไหน ก็พยายามสืบถาม ก็ปรากฏว่าพบอยู่ในแผนที่ที่เขาหินซ้อนนั้น(แผนที่ ๑:๕๐,๐๐๐ ระวาง ๕๒๓๖ I, II, ๕๓๓๖ III, IV) เมื่อได้ที่อย่างนั้น ได้คิดมา ๒ ปี พยายามหาบนแผนที่ว่าสถานที่นี้เป็นอย่างไร เสร็จแล้วก็สอบถามดูว่าลักษณะของพื้นที่เป็นอย่างไรก็ได้พบบนแผนที่พอดี อยู่มุมบนของระวางของแผนที่ จึงต้องต่อแผนที่ ๔ ระวางสำหรับให้ได้ทราบว่า สถานที่ตรงนั้นอยู่ตรงไหน แล้วก็เลยถามผู้ที่ให้ที่นั้นนะถ้าหากไม่สร้างพระตำหนักแต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรจะเอาไหม เขาก็บอกยินดีก็เลยเริ่มทำในที่นั้น..."

จวบจนปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๓๔ ปี ที่ดำเนินการพัฒนาด้านต่างๆอย่างต่อเนื่องทั้งการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ และป่าไม้ รวมถึงศึกษาทดลอง วิจัยเพื่อหาแนวทางการพัฒนาที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับภูมิสังคมในพื้นที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย ประหยัดเกษตรกรสามารถนำไปดำเนินการเองได้

 

                   ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินงานในลักษณะบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆจำนวน ๑๓ หน่วยงาน โดยกรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ ศูนย์ฯทำหน้าที่ศึกษา ทดลอง สาธิตเพื่อค้นหาแนวทางและวิธีการพัฒนาด้านการเกษตรที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม ซึ่งเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลสู่ราษฎรต่อไปปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินงาน จำนวน ๔๓ หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ ๓ตำบลของอำเภอพนมสารคาม ประกอบด้วย ตำบลเขาหินซ้อน ตำบลเกาะขนุน และตำบลบ้านซ่องภายใต้วิสัยทัศน์ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริสู่การพัฒนาอาชีพ และสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนตามวิถีพอเพียง”

                   ในปี ๒๕๕๖ ได้ดำเนินโครงการ/กิจกรรมด้านต่างๆ ภายใต้กรอบแผนแม่บททั้งนี้ เพื่อให้การการดำเนินงานบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ และมุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้สรุปผลได้ ดังนี้

๑. ด้านการศึกษา วิจัยทดสอบด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ

                    ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี๒๕๒๒ จวบจนปัจจุบัน ศูนย์ฯได้ทำการศึกษาวิจัยทั้งสิ้น ๑๒๗ เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน๑๑๖ เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน ๑๑ เรื่อง โดยศูนย์ฯได้ทำการคัดเลือกผลการศึกษาวิจัยที่มีความโดดเด่นและมีความพร้อมที่จะนำไปขยายผลมาจัดทำเป็นหลักสูตรฝึกอบรมจำนวน ๑๓ หลักสูตร

๒. ด้านงานขยายผล  

                             ศูนย์ฯขยายผลความสำเร็จตามแนวพระราชดำริไปสู่เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯและประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนำไปสู่การพัฒนาทางสังคมต่อไปประกอบด้วย

                             ๒.๑ การสาธิตพัฒนาอาชีพการเกษตร และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

   ด้านการพัฒนาดิน ดำเนินการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าโดยทำการผลิตกล้าหญ้าแฝกแจกจ่ายเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำจำนวน๕๐๐๐,๐๐๐ กล้า สาธิตการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสดคิดเป็นพื้นที่๒,๐๐๐ ไร่ และได้ทำการตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อใช้ปุ๋ยสั่งตัดสำหรับไม้ผล ข้าวและมันสำปะหลังในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ ตลอดจนจัดหน่วยวิเคราะห์ดินเคลื่อนที่เพื่อให้คำแนะนำในการจัดการดินในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดสระแก้ว

  

   ด้านพัฒนาอาชีพการเกษตร  ทำการจัดทำแปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่โครงการส่วนพระองค์บางคล้าพื้นที่๑๑๔ ไร่ และแปลงบ้านธารพูด พื้นที่ ๑๐ ไร่ แปลงต้นแบบการผลิตพืชผสมผสานส่งเสริมการปลูกมะนาวในสวนหลังบ้านให้เกษตรกรจำนวน ๒๐๐ ราย ส่งเสริมการปลูกผักและไม้ผลจำนวน๑๐๐ ครัวเรือน ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้เกษตรกร ๔ กลุ่มส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ๑๐๐ ราย

   การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจัดทำแปลงอนุรักษ์พรรณพืชในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช รวบรวมพันธุ์บัวประดับ

๒.๒ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ โดยศูนย์ฯได้จัดการฝึกอบรมและทำการอนุรักษ์ป่าด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

                                  จัดกิจกรรมฝึกอบรมเพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น อบรมเยาวชนภายใต้”โครงการเยาวชนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อม”จำนวน ๑๐๐ ราย อบรมยุวมัคคุเทศก์พฤกษศาสตร์ จำนวน ๓๐ รายส่งเสริมการปรับปรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยพืชสดครอบคลุมพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ในโรงเรียนพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และปลูกป่าในพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าของป่าดั้งเดิมและพื้นที่ชุมชนบริเวณเขาวง ละผลิตกล้าไม้ประจำถิ่นที่มีคุณค่าเช่น ยางนา ตะเคียนทอง พะยูง มะค่าโมง เป็นต้น 

   

                           ๒.๓ ส่งเสริมและพัฒนากลุ่มอาชีพ

                             นอกจากจะศูนย์ฯทำหน้าที่สำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ขยายผลแล้วยังมีส่วนในการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มอาชีพเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของกลุ่มให้ดียิ่งขึ้นโดยให้การสนับสนุนบ่อน้ำตื้นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูกจำนวน ๘๐ บ่อจัดทำแปลงสาธิตการปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยดซึ่งเป็นการนำผลการวิจัยมาสาธิตในแปลงเกษตรกรจำนวน๓ แปลง สนับสนุนกล้าไม้สมุนไพรให้แก่กลุ่มสมุนไพร ๔๐,๐๐๐ กล้าและอบรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำนวน๒๐ ราย ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่เกษตรกร ๓๓ รายส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายจำนวน ๓ กลุ่ม ๒๐๐ รายส่งเสริมให้เกษตรกร ๓๐ ราย ปลูกมันสำปะหลังตัดใบเพื่อเป็นอาหารวัวเนื่องจากช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพน้ำนมและพัฒนาแปลงผลิตข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ในพื้นที่ศูนย์ฯจำนวน ๑๒ ไร่เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์

   

                          ๒.๔ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต

                          ศูนย์ฯตระหนักดีว่าหากประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีชุมชน และสังคมก็จะพัฒนาขึ้นจึงดำเนินกิจกรรมที่มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นโดยพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้นำให้เป็นต้นแบบถ่ายทอดไปสู่รายอื่นต่อไปสนับสนุนให้ปลูกสมุนไพรที่สามารถใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้ เช่น ข่า ตะไคร้ ขมิ้นฟ้าทะลายโจร เป็นต้นรวมถึงการส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้เสริม เช่น การทอผ้าทอเสื่อ จักสาน

   

๓. ด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการมีส่วนร่วม

                             ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของการเป็นสถานที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ประชุมสัมมนาทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทราโดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการประจำปี ระว่างวันที่ ๘ -๑๒ สิงหาคมเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ และนำเสนอผลสำเร็จทางวิชาการเพื่อขยายผลสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปโดยปี ๒๕๕๖ มีจำนวนผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น ๒๓,๕๙๐ คน นิทรรศการดินน้ำ ลม ไฟ สมดุล สิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงาน กปร. ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ เมษายน๒๕๕๖ ณ เมืองทองธานี และนิทรรศการ ๔,๓๕๐ การทรงงานเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนโดยร่วมฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นให้แก่ผู้ที่สนใจ ระหว่างวันที่ ๑๓-๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณกองบัญชาการกองทัพไทย

   

๔. งานอื่นๆ สำนักงานกปร. มีแนวคิดที่จะเพิ่มช่องทางการขยายผลความสำเร็จของศูนย์ฯ จึงร่วมกับศูนย์ฯจัดโครงการฝึกอบรมเพิ่มเติม ดังนี้

    โครงการขยายผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น จังหวัดปราจีนบุรี มีผู้เข้ารับร่วมประชุมทั้งสิ้น๑๒๓ คน

    โครงการขยายผลสำเร็จแก่เด็กและเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน ๑๒ โรง ผู้เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น ๑๘๒ คน             

    โครงการขยายผลองค์ความรู้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริร่วมกับกระทรวงมหาดไทยโดยมีพื้นที่รับผิดชอบ ๑๑ จังหวัดในเขตพื้นที่ภาคกลางดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๖

จากการดำเนินงานศึกษาวิจัย และงานขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จได้๔ ศูนย์ ศูนย์เรียนรู้เฉพาะด้าน ๘ ศูนย์ โดยศูนย์เรียนรู้จะเป็นตัวอย่างแสดงผลสำเร็จในการดำเนินงานขยายผลที่ชัดเจนนอกจากนั้นศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริยังทำการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้จำนวน๓๖ กลุ่มอาชีพ ซึ่งผลจากการดำเนินงานของศูนย์ฯ มีส่วนในการช่วยให้ราษฎรในพื้นที่ขยายผลมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม๔๖,๖๕๕.๙๘บาท (ข้อมูล จปฐ. ปี๒๕๕๓) เป็น ๖๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี โดยสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่กว่า๑,๐๐๐ ราย มีคณะเข้าถ่ายทำสารคดี จำนวน ๑๖ คณะ โดยผู้มีเข้าศึกษาดูงานและเข้าเยี่ยมชมตลอดปี๒๕๕๖ จำนวน ๑๑๙,๘๑๙ คน

   

   

ที่มา : สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ 1

ข้อมูล ณ วันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2557

สามารถดาวน์โหลด .pdf ได้ที่นี่