โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี


                    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 ให้มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับขยะมูลฝอยและน้ำเสียในชุมชน ซึ่งมีผลต่อการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีการทางธรรมชาติและรักษาธรรมชาติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินงานศึกษาวิจัยตามโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา โดยดำเนินการในพื้นที่สาธารณประโยชน์ ณ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ประมาณ 642 ไร่

1. ด้านการบำบัดน้ำเสีย

        1) บำบัดน้ำเสียโดยใช้บ่อบำบัด 5 บ่อ

            - บ่อตกตะกอน 1 บ่อ

            - บ่อผึ่ง 3 บ่อ

            - บ่อปรับสภาพ 1 บ่อ

              (แต่ละบ่อใช้เวลาการบำบัด  7 วัน)
        2) ระบบที่ใช้พืชและหญ้ากรองน้ำเสีย ได้แก่ หญ้าสตาร์ หญ้าคาลล่า หญ้าโดสครอส และพืชอื่น ๆ เช่น ธูปฤาษี กกกลม (กกจันทรบูร) หญ้าแฝก เป็นตัวกรองโดยให้น้ำเสียไหลผ่านแปลงหญ้ากรองน้ำเสียใช้เวลา 5 วัน และปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ในดินได้ปรับสภาพโดยต้องตัดหญ้าเพื่อหญ้ามีอายุครบ 45 วัน

        3) ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม มีลักษณะการบำบัดคล้ายกับระบบที่สอง ซึ่งจะใช้พืชน้ำ 2 ชนิด คือ กกกลม (กกจันทรบูร) และธูปฤษี โดยต้องตัดต้นพืชเมื่ออายุครบ 60 วัน

       หมายเหตุ : การบำบัดน้ำเสียในขั้นตอนสุดท้ายของทั้ง 3 ระบบ จะปล่อยน้ำที่บำบัดแล้วลงสู่ป่าชายเลนและไหลสู่ทะเล

            

        4) บำบัดด้วยแปลงพืชป่าชายเลน โดยให้น้ำทะเลไหลเข้าสู่แปลงป่าชายเลนในช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุดในรอบวัน และปิดประตูระบายน้ำเพื่อขังน้ำทะเลไว้ แล้วปล่อยน้ำเสียเข้าไปในแปลงในอัตราส่วน 1 ต่อ 16 (น้ำเสีย 1 ส่วน ต่อน้ำทะเล 16 ส่วน) วิธีนี้เป็นกระบวนการที่อาศัยการขึ้นลงของน้ำทะเลธรรมชาติ การเจือจาง การเร่งการตกตะกอน พืชจะช่วยในการดูดสารอาหารจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ของจุลินทรีย์ในดิน เพื่อไปใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตของพืชป่าชายเลน เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียที่ดำเนินการตามแนวพระราชดำรินี้คือใช้ธรรมชาติร่วมธรรมชาติ โดยท้องถิ่นสามารถนำไปดำเนินการได้ ซึ่งจะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย

           

2. ด้านการกำจัดขยะโดยใช้กล่องคอนกรีต

        การกำจัดขยะโดยใช้กล่องเป็นชั้น ๆ โดยพื้นที่รองด้วยชั้นทรายละเอียดหนา 20 ชม. ใส่ขยะที่คัดแยกให้มีน้ำหนัก 660 กก. ปิดทับด้วยดินแดงหรือดินธรรมดา น้ำหนัก 210 กก. ส่วนชั้นสุดท้ายใส่ขยะ 670 กก. แล้วปิดทับด้วยดินแดงหรือดินธรรมดา น้ำหนัก 730 กก. หรือหนา 35 ซม. รดน้ำเพิ่มความชื้นจำนวน 100 ลิตร โดยการดูแลเพื่อเร่งขยายจุลินทรีย์ในการย่อยสลายของขบวนการการหมักจะต้องรดน้ำทุก ๆ 7 วัน ครั้งละ 30 ลิตร เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ขยะ ถ้าแยกขยะสมบูรณ์ใช้เวลา 20 วัน จะได้ปุ๋ยหมักจากขยะและทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อลดความชุ่มชื่นลง

            

3. ด้านอื่นๆ

        เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2545 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชกระแสรับสั่งกับเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และเลขาธิการ กปร. สรุปความว่า ให้ประสานบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าไปศึกษาดูงาน ณ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ และพิจารณาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯตามความเหมาะสม ซึ่งสำนักงาน กปร. ได้ประสานบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินการปลูกเสริมป่าชายเลนบริเวณด้านหลังโครงการฯ (แปลง FPT พิเศษ) จำนวน 475 ไร่ ประกอบด้วย

        - ปลูกป่าชายเลน (เลนงอกใหม่) บริเวณหลังโครงการฯ เนื้อที่ 200 ไร่
        - ปลูกซ่อมแปลงปลูกเสริมป่าชายเลน (แปลง FPT พิเศษ) เนื้อที่ 275 ไร่ 
        - ปลูกเสริมป่าฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม หมู่ที่ 1 บ้านพะเนิน ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ประมาณ 400 ไร่

การดำเนินงานในปัจจุบัน

        สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชกระแสรับสั่งเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2549 ให้ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการวิชาการ ภายในพื้นที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยให้สำนักงาน กปร. สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานก่อสร้าง

        ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติหลักการ สำหรับการดำเนินการงานก่อสร้างศูนย์บริการวิชาการ ในส่วนของงานตกแต่งภายใน ในพื้นที่โครงการฯ โดยมอบหมายให้สำนักงาน กปร. เป็นผู้ดำเนินการพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณ และมอบหมายให้กรมชลประทาน เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งมีผลการดำเนินงานดังนี้ 

        1. ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการวิชาการและงานตกแต่งภายใน เสร็จเรียบร้อย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2555

            
        
2. ขุดลอกบ่อบำบัดพร้อมซ่อมแซมอาคารประกอบ โดย กรมชลประทาน เริ่มดำเนินการในเดือนธันวาคม 2554 ปัจจุบันขุดลอกบ่อบำบัดพร้อมซ่อมแซมอาคารประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            
        3. ซ่อมแซมถนนรอบบ่อบำบัด รวมระยะทาง 3.5 กิโลเมตร และงานซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในโครงการ

        4. ซ่อมบำรุงและรักษาโครงการฯ โดย กรมการทหารช่าง กองทัพบก เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ซ่อมแซมสะพานทางเดินไม้ สร้างป้อมยามบริเวณด้านหน้าโครงการฯ สร้างห้องน้ำสำหรับคณะผู้ศึกษาดูงาน ปรับปรุงพื้นที่ลานจอดรถ ปรับปรุงรั้ว ปรับปรุงพื้นที่แปลงทดลองงานวิจัย และปรับปรุงพื้นที่งานวิจัยกล่องคอนกรีตกำจัดขยะ

            

        1.   เป็นสถานที่จัดการประชุม อบรมสัมมนา และการบรรยายความรู้เกี่ยวกับการ ดำเนินงานด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ที่มีความพร้อมสมบูรณ์สามารถรองรับผู้มาศึกษาดูงานและผู้สนใจทั่วไปได้อย่างเพียงพอ

        2.  เป็นสถานที่แสดงนิทรรศการและผลงานทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความทันสมัยและมีความพร้อมของระบบต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนผู้มาเยี่ยมชมและผู้ที่สนใจทั่วไป

        3.  สนับสนุนการให้บริการศึกษาดูงานและฟังการบรรยาย รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคแก่คณะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานโครงการฯ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี

        4.  เป็นพื้นที่ต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียโดยวิธีการธรรมชาติช่วยธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ เพื่อเผยแพร่สู่ประชาชนที่สนใจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ



ที่มา : สำนักงานประสานงานโครงการพื้นที่ 1

ข้อมูล ณ วันที่ : 11 เมษายน 2556

สามารถดาวน์โหลด .pdf ได้ที่นี