โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี

๑.พระราชดำริ

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ กับ คณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ณพระราชวังไกลกังวล  สรุปบางส่วนได้ดังนี้จังหวัดจันทบุรีประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากมีถนนสามสายขวางกับเส้นทางน้ำ วิธีแก้ไขคือ ต้องไปสำรวจดูว่า น้ำผันมาจากทางไหน แล้วหาช่องระบายน้ำให้สอดคล้องกัน

                   เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริกับนายสุเมธ ตันติเวชกุลประธานกรรมการบริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ณ พระตำหนัก
เปี่ยมสุข วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปบางส่วนได้ดังนี้ 

                   ) จากภาพน้ำท่วมบ่าข้ามถนนสาย๔๒ หาดใหญ่-ปัตตานี นั้น ทรงรับสั่งว่า ให้กรมชลประทานกับกรมทางหลวงมาร่วมทำงานแก้ไข และทรงรับสั่งถึงน้ำท่วมบ่าถนนในพื้นที่อำเภอแกลง จังหวัดระยองและทุ่งสระบาป จังหวัดจันทบุรีด้วย 

๒)  พื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยองและชลบุรี ว่า พื้นที่เป็นเขาอยู่ใกล้ชายหาดฝนก็พอ แต่การจัดเก็บทำได้ยาก เนื่องจากพื้นที่จากเขาที่ลาดลงมาถึงชายฝั่งนั้นทำให้น้ำไหลเร็ว เก็บไว้ลำบาก
น้ำมานองท่วมตามแนวถนน หากช่วงฤดูฝนระบายน้ำทิ้งทะเลแก้ปัญหาน้ำท่วมก็จะขาดน้ำในฤดูแล้ง
 ทรงรับสั่ง ให้ศึกษาหาแนวทางแก้ไขจัดการน้ำให้พอดี และทรงย้ำเรื่อง การประสานความร่วมมือกัน

๒. การดำเนินงาน

                   เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๓คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเมื่อปี๒๕๔๕ แล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ โดยได้กำหนดโครงการบรรเทาอุทกภัยตัวเมืองจันทบุรีขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ตัวเมืองจันทบุรีได้แบ่งแผนการดำเนินงานเป็น ๒ ระยะ ดังนี้
                              - แผนระยะเร่งด่วน เป็นการขุดลอกแม่น้ำจันทบุรีบางส่วนและคลองธรรมชาติต่าง ๆการก่อสร้างประตูระบายน้ำและระบบโทรมาตรเตือนภัยน้ำท่วม โดยโครงการต่าง ๆได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๑สามารถบรรเทาอุทกภัยในตัวเมืองจันทบุรีได้ระดับหนึ่งเท่านั้น
                             - แผนระยะที่ ๒  เป็นแผนการดำเนินงานต่อเนื่องจากแผนระยะเร่งด่วนโดยการขุดคลองผันน้ำสายใหม่แยกจากแม่น้ำจันทบุรีก่อนเข้าตัวเมืองจันทบุรี เพื่อผันน้ำส่วนเกินที่แม่น้ำจันทบุรีไม่สามารถรองรับได้ไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองจันทบุรี และก่อสร้างอาคารประกอบตามแนวคลองเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากและช่วงฤดูแล้งโดยได้จ้างศึกษาทบทวนและสำรวจออกแบบรายละเอียดในเดือนกันยายน ๒๕๔๙ โดยจะมีการขุดคลองผันน้ำและก่อสร้างอาคารประกอบเพื่อให้สามารถระบายน้ำส่วนเกินกว่าแม่น้ำจันทบุรีจะรองรับได้ จำนวน ๓๐๐ลบ.ม./วินาที ออกสู่ทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยในเขตตัวเมืองจันทบุรีดังเช่นเมื่อปี๒๕๔๒

                   ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑เห็นชอบตามมติคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการชลประทานให้เริ่มดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมและดำเนินการครบถ้วนตามกฎระเบียบแล้วซึ่งมีโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ ๒)รวมอยู่ด้วย


 ๓. ความก้าวหน้าการดำเนินงาน

          โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี (แผนระยะที่ ๒) ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๓,๕๐๐ ล้านบาทระยะเวลาดำเนินการ   ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒ – พ.ศ. ๒๕๕๗) ประกอบด้วย

๑)     งานคลองผันน้ำ

๒)     งานสะพานรถยนต์

๓)     งานก่อสร้างสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ/ประตูระบายน้ำ

๔)     งานส่วนประกอบอื่น

       งานก่อสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพัก สำหรับการบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาโครงการ

       งานปลูกและฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนบริเวณปากคลองอ่าง (ดำเนินการโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี)

       งานติดตามและตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม (ดำเนินการโดยสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน)


ภาพความก้าวหน้าการขุดคลองผันน้ำ สถานีสูบน้ำ และประตูระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ


   


   





๔. ประโยชน์ที่จะได้รับ

          ๑.ระบบคลองผันน้ำ สามารถผันน้ำจากแม่น้ำจันทบุรีบริเวณหน้าฝายยางได้ประมาณ๓๐๐ลบ.ม./วินาที และระบายผ่านไปทางท้ายน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองตะเคียนประมาณ ๓๕๐-๓๗๕ลบ.ม./วินาที โดยสามารถควบคุมหรือบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีได้ถึงรอบปีการเกิด ๓๐ปี(ขนาดเท่ากับอุทกภัยปี ๒๕๔๒) ได้อย่างมีประสิทธิผล 

                  ๒. สามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้ามาในบริเวณพื้นที่โครงการทั้งทางด้านท้ายประตูระบายน้ำคลองตะเคียนประตูระบายน้ำคลองสระบาป และประตูระบายน้ำคลองข่าในช่วงฤดูแล้ง ทำให้บริเวณพื้นที่โครงการเป็นบริเวณน้ำจืดตลอดทั้งปี 

                  ๓.  เป็นแหล่งเก็บกักน้ำและส่งน้ำบางส่วนสำหรับการเกษตรและกิจกรรมอื่น ๆในบริเวณทุ่งสระบาป และบริเวณตำบลหนองบัวและใกล้เคียงโดยมีพื้นที่รับประโยชน์จำนวน ๕,๐๐๐ ไร่ 

                  ๔.  เป็นแหล่งช่วยเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง

                 ๕. ช่วยเสริมทางคมนาคมโดยมีถนนบริเวณ ๒ฝั่งคลองช่วงตั้งแต่บริเวณถนนตรีรัตน์จนถึงประตูระบายน้ำคลองอ่าง ระยะทาง ๔.๗๕ กม.เป็นถนนลาดยาง ซึ่งเป็นผลดีต่อการเดินทางของชุมชนให้สะดวกมากยิ่งขึ้นและมีสะพานข้ามคลองผันน้ำบริเวณถนนตัดผ่านทุกแห่ง 

                   ๖. ช่วยเสริมการวางผังเมืองหรือเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเมืองจันทบุรีโดยสามารถควบคุมสภาวะน้ำท่วมจากแม่น้ำจันทบุรีและคลองสาขาทางด้านเขาสระบาปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 




ที่มา : สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ 1

ข้อมูล ณ วันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2557

สามารถดาวน์โหลด .pdf ได้ที่นี่