กปร. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางบริหารจัดการน้ำโครงการหุบกะพง

วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการ กปร. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการประชุมแนวทางการบริหารจัดการน้ำและการดำเนินงานด้านสหกรณ์ โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง ร่วมกับ ๔ หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ณ ห้องประชุม ๒๐๑ อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เลขที่ ๒๐๑๒ บริเวณเชิงสะพานพระราม ๘ แขวงบางยี่ขัน
เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โครงการตามพระราชประสงค์ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเขาใหญ่ และตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นโครงการตามพระประสงค์ที่เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดหาที่ดินและที่ทำการปฏิรูปที่ดิน พัฒนาที่ดินที่ว่างเปล่า แล้วจัดสรรให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินในการเพาะปลูกเป็นของตนเองเข้าทำการประกอบอาชีพการเกษตรแผนใหม่ แต่มิได้ให้กรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินแต่อย่างใด รวมทั้ง จัดตั้งศูนย์สาธิตและทดลองการเกษตร เพื่อศึกษาหาข้อมูลในด้านการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเกษตรกรในพื้นที่แห้งแล้ง ตลอดจนเป็นการรวมกลุ่มเกษตรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน จัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตร โดยใช้หลักและวิธีการสหกรณ์ แก้ไขปัญหาต่างๆของสมาชิก ตั้งแต่การเริ่มผลิตจนถึงการจำหน่ายสู่ท้องตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งให้การศึกษา การส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ต่างๆให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปด้วย
ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินงานสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน สำนักงาน กปร. ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐในการสนองพระราชดำริ จึงได้จัดให้มีการประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของแหล่งน้ำที่ยังไม่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภคทางการเกษตร อีกทั้งมีการบุกรุกที่ทำกิน และใช้ประโยชน์จากที่ดินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนั้น หน่วยงานต่างๆจึงได้จัดทำแผนงานในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ประกอบด้วย การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำ การปรับปรุงแหล่งน้ำในโครงการ การซ่อมแซมโรงสูบน้ำ การปรับปรุงสระเก็บน้ำประจำไร่นา รวมทั้งการสำรวจศักยภาพน้ำใต้ดินในพื้นที่ เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่โครงการมีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีแผนในการพัฒนางานสหกรณ์ โดยเพิ่มจำนวนสมาชิกสหกรณ์ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่โครงการ รวมทั้ง การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และส่งเสริมการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในแต่ละครัวเรือนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อสร้างความพออยู่พอกินให้แก่ราษฎรต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพงบังเกิดผลสำเร็จตามแนวพระราชดำริอย่างยั่งยืน
ที่มา :สำนักประชาสัมพันธ์