Click for detail!
ประกาศ : บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์-----สามารถดูรายละเอียดได้ที่ เมนู การพัฒนาคุณภาพบริหารจัดการ>การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

ข่าวประชาสัมพันธ์ > ข่าวและบทความจากสื่อ

 Print   ExportPDF
 
 

                …ผมว่าสมเด็จย่าทรงให้กับคนไทยมาโดยตลอด  ทรงให้กับให้  ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน  โดยการให้ที่สำคัญคือทรงให้ศักดิ์ศรีของความเป็นคนกลับคืนสู่ชาวบ้าน… บางช่วงประโยคของนายสายเมือง  วิรยศิริ  อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(รองเลขาธิการ  กปร.)  เล่าถึงเรื่องราวโครงการพัฒนาดอยตุง(พื้นที่ทรงงาน)  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จ.เชียงราย  เมื่อครั้งแรกเริ่มโครงการ

                นายสายเมือง เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกทำงานอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ช่วงหนึ่งได้ไปช่วยงานที่โครงการดอยตุงเกี่ยวกับเรื่องการสำรวจและวางระบบการจัดเก็บข้อมูล  การจัดทำแผนแม่บทรวมถึงร่วมประเมินความเป็นไปได้ของงานบางอย่าง ทำงานตั้งแต่พื้นที่แถวนั้นไม่มีอะไรเลย ไปทำงานที่นั่นทำให้ได้รู้และเห็นถึงหลักการทรงงานในการช่วยเหลือคนยากจนและด้อยโอกาส ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า)

                หลายท่านพอทราบข้อมูลเบื้องต้นของโครงการดอยตุงฯอยู่แล้วว่า  เป็นโครงการที่สมเด็จย่าทรงมีปณิธานมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น

                อดีตรองเลขาธิการกปร. กล่าวว่า สมเด็จย่าเริ่มเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยือนราษฎรในภูมิภาคต่างๆในปี 2507  โดยเสด็จอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2513 สำหรับดอยตุงได้เสด็จฯทอดพระเนตรสภาพพื้นที่เพื่อที่จะทรงงานช่วยเหลือประชาชนเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2530 ซึ่งพระองค์ทรงโปรดและมีพระราชกระแสรับสั่งว่า  …ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง...

                เสริมจากคำพูดของท่านสายเมืองไว้ว่า  สมเด็จย่าทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า  ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง  ตั้งแต่บัดนั้นเรื่อยมาโครงการพัฒนาดอยตุงฯ  ก็ได้เริ่มมีบทบาทกับชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่อาศัยทำกินบนดอยตุงเช่น อีก้อ มูเซอ จีนฮ่อและไทยใหญ่

                นายสายเมือง  วิรยศิริ  เท้าความถึงสภาพเดิมก่อนมีโครงการว่า  ดอยตุงในอดีตเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของ  สามเหลี่ยมทองคำ พื้นที่ผลิตฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ  แม้ว่าจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติแต่ก็ถูกบุกรุกทำลายและเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วจากชุนชาวเขาที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่บนดอยตุง  ชาวเขาเหล่านี้จะตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยเพื่อยังชีพและถางป่าเพื่อปลูกฝิ่นขายพ่อค้าที่เข้ามารับซื้อถึงที่  ชาวเขาไม่มีอาชีพไม่มีรายได้จึงได้ฝิ่นเป็นรายได้หลัก  ดอยตุงก่อนปี  2529  ยังเป็นดินแดนทุรกันดารห่างไกลคมนาคม  การสัญจรก็ยากที่จะไปถึง  ทางที่มีอยู่คือการเดินเท้าโดยใช้ม้าใช้ล่อเป็นพาหนะเดินทาง  สภาพของชุนชาวเขามีวิถีการดำรงชีวิตต่ำกว่ามาตรฐาน  สุขภาพอนามัยไม่ดี  ขาดโอกาสในการศึกษา  มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  มีกองกำลังติดอาวุธ  กลุ่มค้ายาเสพติด  ทำให้คนกลุ่มหนึ่งจำต้องดิ้นรนเดินทางออกจากดอยตุงไปค้าประเวณีในเมือง

                 ...จากที่ไม่มีป่า ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้  สมเด็จย่าได้ทรงพระเมตตาพระราชทานความช่วยเหลือโดยให้มีโครงการพัฒนาดอยตุงฯขึ้น  มีการจ้างงานชนชาวเขา  สร้างงาน  สร้างอาชีพสร้างรายได้แก่ชาวบ้าน เวลาเดียวกันกระองค์ท่านก็ปลูกป่าบนดอยตุงไปพร้อมกัน… อดีตรองเลขาธิการ กปร. กล่าว

                นายสายเมือง  กล่าวต่อว่า จากพระราชปณิธานของสมเด็จย่าจึงเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น  โดยมีการดำเนินงานยาวถึง  30  ปี  ถึงปี  2560  แบ่งเป็น  3  ระยะ  ระยะแรก  6  ปีแบ่งเป็น  2  ช่วงคือ  พ.ศ.2531-2533  และพ.ศ.2534-2536  เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเช่น  เส้นทางคมนาคม  แหล่งน้ำ  ไฟฟ้าเพื่อเอื้อต่อการปลูกป่าที่เป็นเป้าหมายหลัก  การทำความเข้าใจกับราษฎรในพื้นที่ในการพัฒนาต่างๆ  พัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษาเพื่อให้ชาวเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

                นายสายเมืองกล่าวเพิ่มเติมว่า  ก่อนเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงในปีพ.ศ.2530  สมเด็จย่าได้เตรียมคน  โดยนำเยาวชนชาวเขาอายุ  15-20  ปี  ส่วนหนึ่งที่จบการศึกษาภาคบังคับและมีสติปัญญาดี  นำมาเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น  เยาวชนเหล่านี้จะพักรวมกันที่ไร่แม่ฟ้าหลวงเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน  และได้รับพระบรมราชูปถัมภ์ทุกด้านจนกว่าจะจบการศึกษา  พร้อมกันนี้จะได้รับการอบรมในการอยู่ร่วมกัน  การสมาคมกับคนพื้นราบ  การช่วยเหลือตนเอง  รับผิดชอบในการงาน  ความซื่อสัตย์  การตรงต่อเวลา  ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้ภายหลังจึงได้กลับไปเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง นี่คือ  การปลูกคน ของไร่แม่ฟ้าหลวง

                นี่คือช่วงแผนงานในระยะแรก  ซึ่งถ้าหากเป็นคนทั่วไปก็คิดว่าสมบูรณ์แบบแล้ว  แต่ด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกลและทรงมองปัญหาด้วยความเข้าพระราชหฤทัยละเอียดลึกซึ้ง  โครงการพัฒนาดอยตุงยังมีแผนพัฒนาต่อไปอีก  2  ระยะ

                อดีตรองเลขาธิการ กปร. เล่าถึงแผนพัฒนาระยะ 2  ว่าใช้เวลา  9  ปีระหว่างปีพ.ศ.2537-พ.ศ.2545  มุ่งการอยู่ร่วมกันของป่าและคน โดยการเพิ่มและกระจายรายได้ของประชาชนในพื้นที่  จัดที่ดินทำกิน  ส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร  สนับสนุนอุตสาหกรรมในครัวเรือนโดยจัดการตลาดให้ครบวงจร  สิ่งสำคัญคือ  การพัฒนาโครงการดอยตุงฯ  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้มากขึ้น

                …ในเชิงท่องเที่ยวถือว่าประสบความสำเร็จมากมาย  เพราะโครงการฯ มีการวางระบบจัดการที่ดี  ผสมกับมีการวางภูมิทัศน์ที่สวยงาม  แถมยังอากาศดีอีกด้วย  นอกจากภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมที่ดีแล้วจุดเด่นของที่นี่อีกจุดคือวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆกับวัฒนธรรมล้านนาที่ถูกนำมาผสมผสานและการสร้างพระตำหนักดอยตุง  ทำให้ที่นี่งดงามจนไม่น่าเชื่อ  เหมือนดินแดนแห่งสรวงสวรรค์…  อดีตรองเลขาธิการ กปร.  เล่าด้วยใบหน้าที่มีความสุขที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทในโครงการดอยตุงฯ

                นายสายเมือง เล่าว่า  อีกที่หนึ่งที่น่าเที่ยวคือดอยช้างมูบสถานที่นี้มีที่มาที่ไปเริ่มจากตอนนั้นทางจังหวัดเชียงรายมีนโยบายขยายถนนช่วงเชียงราย แม่จัน แม่สายให้กว้างขึ้น  แต่ด้วยมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่สองฝั่งถนน  ทางจังหวัดจึงสั่งให้ถอนทิ้ง  สมเด็จย่าทรงรับทราบและทรงเสียดายจึงมีพระราชดำริให้ย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกที่ดอยช้างมูบ  และทรงตรัสให้ปลูกพันธุ์ไม้หายากเพิ่มเติม  อาทิเช่น  ต้นพญาเสือโคร่งหรือที่รู้จักกันในชื่อต้นซากุระ  และกุหลาบพันธุ์ปี  ทำให้ช่วงฤดูหนาวที่นี่สวยงามและดูมีชีวิตชีวามากๆ

                อดีตรองเลขาธิการ กปร.  กล่าวถึงแผนพัฒนาระยะ  3  ว่า  เป็นแผน  15  ปีระหว่างปีพ.ศ.2546-2560  ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่  และในอนาคตถึงปี  2560  ก็จะยังใช้  แผนในระยะที่  3  เน้นให้ประชากรในพื้นที่สามารถพึ่งตนเองได้ในการดำรงชีพ  มีความเป็นอยู่ดี  มีรายได้สูงจนสามารถเสียภาษีให้รัฐ  ปกป้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง

                อดีตรองเลขาธิการ กปร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับสภาพความเป็นพลเมืองจากรัฐบาล  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาขาดสิทธิที่ควรจะพึงมีพึงได้บางประการ  เช่นสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ หรือแม้กระทั่งสิทธิที่จะได้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพ

                หลังจากที่สนทนาถึงเรื่องแผนพัฒนาของโครงการดอยตุงฯ เรียบร้อย ได้ถามต่ออีกว่า  แล้วปัจจุบันความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง

                นายสายเมืองเล่าให้ฟังว่า  ปัจจุบัน  50  กว่าปีของการพัฒนาดอยตุงตามพระราชปณิธานของสมเด็จย่า  การปลูกป่าพร้อมกับการสร้างอาชีพทางเลือกใหม่เปิดโอกาสให้คนบนดอยตุงมีอาชีพ  มีรายได้  เกิดการจ้างงานมากขึ้น  ผลผลิตและการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงอันเกิดจากการฝึกทักษะงานต่างๆ  ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ราษฎรได้รับจากการปลูกฝิ่น  เป็นรายได้สุจริต  ป่าเศรษฐกิจที่ปลูกพืชให้ผลผลิตราคาสูงคือ  กาแฟและแมคคาเดเมีย  หัตถกรรมงานฝีมือต่างๆเช่น  ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา  งานเย็บปักทอผ้าหรือการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ  ทุกวันนี้ผลผลิตของดอยตุงมีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ  ดอยตุงวันนี้ชุมชนมีความเข้มแข็ง  ครอบครัวอบอุ่น  การโยกย้ายถิ่นเพื่อความอยู่รอดไปทำงานในเมืองหรือจังหวัดอื่นๆด้วยอาชีพที่สังคมไม่ยอมรับดั่งเช่นการค้าประเวณี  ไม่มีการทำอย่างนี้อีกแล้วสำหรับคนบนดอยตุง  การป้องกันปัญหายาเสพติดคนบนดอยตุงจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่อง  การพัฒนาและความเจริญเหล่านี้คือพระเมตตาที่สมเด็จย่าทำไว้ให้กับคนดอยตุง  กาแฟหนึ่งถ้วยได้ให้สิ่งต่างๆกับคนบนดอยตุงมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่มั่นคง  ความรู้ทักษะใหม่ๆ  ลูกได้เรียนสูงๆ  ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน  อนาคตที่ดีขึ้น  ความสมบูรณ์ของป่าและต้นน้ำ  จิตสำนึกรักป่า  คุณภาพชีวิตที่ดี  และที่สำคัญคือ ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ที่ยืนหยัดพึ่งตนเอง ได้ด้วยอาชีพที่สุจริต  นี่คือการช่วยเขาให้สามารถช่วยตนเองได้อย่างแท้จริง

                ตอนท้ายท่านสายเมืองได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ทำงานถวายสมเด็จย่าว่า  พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาเสียสละตรากตรำเพื่อประชาชน  พระองค์ทรงพระราชทานความรักความเอ็นดูและทรงดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกชั้นวรรณะตลอดจนตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานร่วมกัน

                …หนึ่งคำสอนของสมเด็จย่าที่ผมจำจนถึงทุกวันนี้คือ  คนดีของฉันรึ  จะต้องเป็นคนที่ไม่พูดปด  ไม่สอพลอ  ไม่อิจฉาริษยา  ไม่คดโกงและไม่มีความพยายามอย่างบ้าๆ  แต่พยายามทำหน้าที่ของตนให้ดี  ในขอบเขตของศีลธรรม  ดังนั้น  ผู้ที่ปฏิบัติงานหรือผู้ที่บอกว่าเป็นผู้แทนของคนไทย ควรตอบตัวเองว่าคุณทำหน้าที่ของตนให้ดีรึยัง ผมว่าคนเราจะต้องเป็นทั้งคนดีและคนเก่งควบคู่กันไป… อดีตรองเลขาธิการกปร. เล่าด้วยเสียงแห่งความรำลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จย่า

                นายสายเมือง  กล่าวเพิ่มเติมว่า  สมเด็จย่าคือผู้ให้และที่สำคัญที่สุดคือ  ให้ศักดิ์ศรีของความเป็นคน  ซึ่งการให้นี้ได้ต่อเนื่องถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้กับคนและสังคมไทยมาโดยตลอดถึงทุกวันนี้

                ก่อนจบทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ว่า  นอกจากโครงการพัฒนาดอยตุง(พื้นที่ทรงงาน)  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ที่จะเป็นสิ่งหนึ่งเสมือนเป็นตัวแทนแห่งพระองค์ให้ชาวไทยได้รำลึกนึกถึงสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทยแล้ว  ศาสตร์การพัฒนาของโครงการดอยตุงจะเป็นแบบอย่างองค์ความรู้ในกระบวนการพัฒนาที่ควรสืบสานน้อมนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติ

                ปัจจุบัน  ม.ร.ว.ดิศนัดดา  ดิศกุล  ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จย่าและเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง  ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตรัสไว้ว่า ...เราจะทำอย่างไร  อย่าให้คนลืมแม่… โดยกำลังจัดทำองค์ความรู้การพัฒนาทั้งหมดทุกด้านของโครงการดอยตุงฯตามพระราชปณิธานของสมเด็จย่า  ทำเป็นเอกสารตำราวิชาการเพื่อเผยแพร่ขยายผลต่อไป


                ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2553

 

 

 

counters for myspace

ศูนย์ข้อมูล : โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ/โครงการพระราชดำริ,เศรษฐกิจพอเพียง, แนวพระราชดำริ,หลักการทรงงาน,หญ้าแฝก,การบริหารจัดการน้ำ ฯลฯ