Click for detail!
ประกาศ : บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน (ด้านวิเทศสัมพันธ์) >> ที่เมนู การพัฒนาคุณภาพบริหารจัดการ >> การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

โครงการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส

 Print   ExportPDF
 
พระราชดำริ
เมื่อวันที่2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริแก่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการบริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร และนายรอยล จิตรดอนกรรมการและเลขานุการสถาบันฯ สรุปความว่า
“ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและคลื่นที่เกิดขึ้น พัดกัดเซาะชายฝั่งปัตตานีและนราธิวาสนั้น มีพระราชประสงค์ให้เร่งศึกษาทำความเข้าใจ จะได้เข้าใจคลื่นที่สูงขึ้น แล้วจะได้หาหนทางแก้ไขได้ถูกต้องได้ผล ประหยัดงบประมาณ”

สภาพปัญหา
ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเป็นปัญหาที่มีปัจจัยหลายประการมาเกี่ยวข้อง ทั้งสภาพภูมิอากาศ คลื่นลมที่แปรปรวนตลอดเวลากระแสน้ำ การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลการตัดไม้ทำลายป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งไม่เหมาะสม ได้ส่งผลถึงการเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยโดยสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยตอนล่างในเขตจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส รวมประมาณ 200 กิโลเมตร ยังมีแนวโน้มรุนแรงในระดับวิกฤติมาก และพบว่าพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี มี 8 พื้นที่ และจังหวัดนราธิวาสมี 5 พื้นที่ ซึ่งเดิมมีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงเฉลี่ย 5 เมตรต่อปี แต่ในปีพ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา มีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้นเป็น 10 เมตร ทำให้ที่ดินและทรัพย์สินทั้งของรัฐและประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมากทุกปีและมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนพื้นที่มากขึ้นเนื่องจากบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีลักษณะเป็นชายฝั่งแนวตรงยาว ไม่มีส่วนเว้าเพื่อช่วยลดความรุนแรงของกระแสน้ำส่งผลให้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมีความรุนแรงมากกว่าฝั่งอันดามันซึ่งมีลักษณะเป็นหาดสั้น ๆ และมีอ่าวน้อยใหญ่ ประกอบกับที่ผ่านมา โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในแต่ละพื้นที่จะเป็นไปแบบต่างคนต่างทำโดยไม่มีการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศและพื้นที่ใกล้เคียง จึงเป็นสาเหตุให้ปัจจุบันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากพบว่าทรายและตะกอนต่าง ๆถูกกระแสน้ำพัดไปทับถมอยู่ด้านหลังของสิ่งก่อสร้าง และในบางพื้นที่โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานส่งผลให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนไปทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่แห่งอื่นเรียกได้ว่าป้องกันพื้นที่แห่งหนึ่งแต่ไปเกิดผลกระทบต่อพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง เป็นต้น

การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล (จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส) ในระยะที่ผ่านมา

1. ชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยการก่อสร้างโครงการก่อสร้างพื้นฐาน ดังนี้

1.1 การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี งบประมาณจำนวน 60 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544

1.2 ดำเนินการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบ้านตันหยงเปาว์ ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก โดยทำการปักเสาคอนกรีต เพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่ง โดยครั้งแรกได้รับงบประมาณจำนวน 1.5 ล้านบาท ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพิ่มเติม 3.1 ล้านบาท ช่วยบรรเทาการกัดเซาะได้ในเบื้องต้น

1.3 สร้างเขื่อนหินทิ้งลดการกัดเซาะชายฝั่งของบริเวณบ้านปะนาเระถึงบ้านบางมะรวด ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ โดยใช้งบประมาณจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อบรรเทาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล

1.4 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ตั้งงบประมาณจำนวน 12 ล้านบาท เพื่อจ้างที่ปรึกษาฯ ทำการศึกษา/วิจัยผลกระทบและแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี

ฯลฯ


เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณปากคลองไม้แก่น บ้านละเวง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี

เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณปากแม่น้ำสายบุรีอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี


เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในเขตอำเภอปะนาเระ

จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีตะกอนทรายทับถมบริเวณปากแม่น้ำ



ชายฝั่งทะเลบริเวณอำเภอยะหริ่งจังหวัดปัตตานี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการ

กัดเซาะชายฝั่งทะเลน้อยมาก เนื่องจากมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์

เป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี

  

2. ชายฝั่งทะเลจังหวัดนราธิวาส

        2.1 การก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2542 และได้ส่งมอบให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ดูแลและบำรุงรักษาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2546 ประกอบด้วย องค์ประกอบหลัก 2 ประการ คือ

        1) การก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากแม่น้ำโก-ลก บ้านตาบา อำเภอตากใบ พร้อมทั้งปรับปรุงปากแม่น้ำตากใบที่มีตะกอนทรายปิดปากแม่น้ำ ทำให้เรือประมงไม่สามารถสัญจรได้

        2) งานรอป้องกันชายฝั่งทะเล 30แห่ง

ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณพื้นที่การก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากแม่น้ำโก-ลก และการปรับปรุงปากแม่น้ำตากใบ



เขื่อนกันทรายและคลื่น
ปากแม่น้ำโก-ลกซึ่งเป็น
ความร่วมมือระหว่าง
ไทย
–มาเลเซีย มีวัตถุ
ประสงค์อีกประการคือ
ด้านความมั่นคงในการ
แบ่งเส้นเขตแดนให้ชัดเจน

แม่น้ำตากใบ
ซึ่งไหลมารวมกับ
แม่น้ำโก-ลก ที่
บริเวณบ้านตาบา
อำเภอตากใบ
เดิมจะมีตะกอน
ทรายปิดปาก
แม่น้ำเป็นประจำ

รอป้องกันชายฝั่งทะเล 30แห่ง ที่เรียงเป็นระยะอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล
ช่วงอำเภอตากใบ - อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส


(ซ้าย) รอป้องกันชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านกูบู อำเภอตากใบ (ขวา) รอป้องกันชายฝั่งทะเลบริเวณปากคลองน้ำแบ่งตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ
การกัดเซาะของคลื่นบริเวณ
รอป้องกันช
ายฝั่งทะเล
ตัวที่
ซึ่งกัดเซาะเข้าไปใน
ที่ดินของนายอาแซ บินยูโซ๊ะ
บริเวณสวนมะพร้าว
ชายทะเลซึ่งเป็นที่ดิน
ของนายอาแซ บินยูโซ๊ะ
ถูกกัดเซาะพื้นที่
หายไปประมาณ 10 ไร่

        2.2 กำแพงกันคลื่นพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ชายหาดบริเวณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออาคารและสิ่งก่อสร้างในเขตพระราชฐานชั้นในกรมชลประทานได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในปี พ.ศ. 2551 ดังนี้

        1) ก่อสร้างกำแพงกันคลื่น ขนาดหลังกำแพงกว้าง 2.00 เมตร สูง 4.00 เมตร ความยาว 450.00 เมตร

        2) ก่อสร้าง GABIONขนาดกว้าง 10.00 เมตร หนา 1.00 เมตร ยาว 400.00 เมตร

ภาพแนวชายหาดพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ที่เกิดการกัดเซาะปี พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2550


แนวกำแพงกันคลื่นพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ก่อนดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2551

   

กำแพงกันคลื่นพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ที่กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2551 ยาว 450 เมตร ปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยแล้ว


กำแพงกันคลื่นพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

        2.3งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล บริเวณปากแม่น้ำบางนราและหาดนราทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการในปี พ.ศ. 2548 โดยกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี งบประมาณ 120ล้านบาท

สภาพความเสียหายจากการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณหาดนราทัศน์ (ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกัน)

  

งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณปากแม่น้ำบางนราและหาดนราทัศน์ โดยกรมการขนส่งทางน้ำพาณิชยนาวี

   

   

การดำเนินงานสนองพระราชดำริ

       1. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552 สำนักงาน กปร.ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและประชุมหารือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกรมชลประทาน กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส ณโครงการชลประทานนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส สรุปความว่า

        1.1 การดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระยะเวลาที่ผ่านมาแม้จะมียุทธศาสตร์/แผนแม่บท เป็นแนวทางในการดำเนินการแล้วก็ตามแต่ยังมีลักษณะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ต่างคนต่างทำขาดความเชื่อมโยงและต่อเนื่องในการพิจารณาแก้ไขปัญหาทั้งระบบซึ่งจะมีผลกระทบที่เชื่อมโยงถึงกัน เนื่องจากไม่มีเจ้าภาพหลักในการจัดการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา/พื้นที่ และบูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงสมควรจะต้องมีเจ้าภาพหลักในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ/ตลอดแนวชายฝั่งโดยให้ชุมชนและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมรับรู้และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด

        1.2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งไปบางส่วนแล้วอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังขาดไปจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมได้แก่ การศึกษาเรื่องคลื่นในอ่าวไทยร่วมกับเวลาที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทิศทางของลมและความเป็นไปของคลื่นที่ส่งผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง การจัดทำแผนที่ระดับในทะเลตลอดจนการศึกษาแนวทางในการใช้โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งร่วมกันระหว่าง Hard brake / Softbrake รวมทั้งศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นต้นพร้อมกันนี้ก็จำเป็นจะต้องมีการจัดวางระบบติดตามข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเพื่อให้สามารถใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จ.ปัตตานีและ จ.นราธิวาส
ณ โครงการชลประทานนราธิวาส จ.นราธิวาส
    

2. ต่อมาเมื่อวันที่4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สำนักงาน กปร.ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับคณะทำงานการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะและเรียกคืนชายฝั่งณ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่มีอำนาจหน้าที่หลักในการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาและเรียกคืนชายฝั่งซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้

2.1ให้ทำการศึกษาแบบจำลองเกี่ยวกับภาวะทะเล คลื่นและลมในทะเลที่ส่งผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง โดยนำข้อมูลในด้านต่าง ๆ ของคลื่นและลมที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมาแปรผลในระบบสารสนเทศในลักษณะ RealTime พร้อมทั้งนำผลที่ได้มาใช้ในการศึกษารูปแบบการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทั้งในด้านโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือด้านวิศวกรรม(เช่น การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งประเภทต่าง ๆ) และด้านระบบนิเวศ (เช่นปลูกป่าชายเลน ปลูกต้นไม้บริเวณชายฝั่งทะเลฯ)

2.2 ให้คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมมาจัดทำเป็นโครงการนำร่องตามข้อ 2.1 เช่น บริเวณชายทะเลจังหวัดปัตตานีนราธิวาส หรือนครศรีธรรมราช โดยได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี เป็นแกนกลางในการดำเนินการจัดทำแผนงาน/โครงการในปีพ.ศ. 2553 ต่อไป

     

ที่มา :: กลุ่มประสานงานโครงการพื้นที่ 4

ปรับปรุงข้อมูล : 25 มีนาม 2556

สามารถดาวน์โหลดเป็น . pdf ได้ที่นี่

       

 

counters for myspace

ศูนย์ข้อมูล : โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ/โครงการพระราชดำริ,เศรษฐกิจพอเพียง, แนวพระราชดำริ,หลักการทรงงาน,หญ้าแฝก,การบริหารจัดการน้ำ ฯลฯ