โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ บ้านกำพี้ อำเภอบรบือ
จังหวัดมหาสารคาม

พระราชดำรที่ตั้งโครงการ วัตถุประสงค์โครงการ

ลักษณะโครงการ ผู้ได้รับประโยชน์ ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ

ความสำเร็จของโครงการ ประมวลภาพโครงการ

   
พระราชดำริ :
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
 
แนวพระราชดำริ :

ท่านผู้หญิงสุประภาดา  เกษมสันต์ ได้ดำเนินการก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมบ้านกำพี้ ซึ่งตั้งอยู่บ้านกำพี้ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 12 ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เมื่อปีพุทธศักราช 2516 และได้กรุณารับราษฎรบ้านกำพี้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในครั้งนั้น

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2543  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จ พระราชดำเนินมาเยี่ยมสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหม และราษฎรบ้านกำพี้ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 12 ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาคัดเลือกราษฎรยากจนจากบ้านกำพี้ และหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อขอพระราชทานเข้าเฝ้าฯ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับราษฎรเหล่านั้น เข้าเป็นสมาชิกทอผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยี่ยมเยือนสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมบ้านกำพี้อีกครั้ง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ที่จะให้จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างฯ ขึ้นในพื้นที่บ้านกำพี้ และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทางจังหวัดมหาสารคามรับสนองพระราชเสาวนีย์ โดยการจัดหาพื้นที่ว่างเปล่า เพื่อจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ โดยใช้พื้นที่ป่าโคกแสบง ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 157 ไร่ 2 งาน เป็นพื้นที่จัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ และเริ่มเข้าดำเนินการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549

 
 
ที่ตั้งของโครงการ :

บ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม พิกัด  X 946167.12, Y 176839.06 พื้นที่สาธารณะประโยชน์ ป่าโคกแสบง จำนวน 157 ไร่ 2 งาน

   
วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นแหล่งจ้างแรงงานในชุมชน
2. เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษ
3. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน
4. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

   
หน่วยงานผู้ดำเนินงาน /หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :

1. สถานีพัฒนาที่ดินมหาสารคาม
2. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม
3. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ขอนแก่น)
4. สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 5  นครราชสีมา
5. ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต (พืชไร่)
6. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง)
7. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม
8. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม
9. สำนักชลประทานจังหวัดมหาสารคาม
10. สำนักงานประมงจังหวัดมหาสารคาม
11. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดมหาสารคาม
12. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมหาสารคาม
13. สำนักงานทางหลวงชนบท
14. สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม
15. ส่วนราชการต่าง ๆ ภายในจังหวัด
16. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
17. กองทัพภาคที่ 2 (สปร.ทภ.2)

 

ลักษณะโครงการ :

สภาพพื้นที่โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ บ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีเนื้อที่ประมาณ 157 ไร่ 2 งาน จากการสำรวจและจำแนกดินพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอน สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีความลาดชันประมาณ 1-4 % แบ่งออกได้ดังนี้
1. พื้นที่ที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย ความลาดชันประมาณ 2-5 % มีเนื้อที่ประมาณ 91.69 ไร่ หรือ 58.22 % ของพื้นที่
2. พื้นที่ที่เป็นนาดอน (มีคันนา) ความลาดชันประมาณ 1-2 % มีเนื้อที่ประมาณ 18.38 ไร่ หรือ 11.67 % ของพื้นที่
3. พื้นที่ที่เป็นดินที่ถูกถม โดยดินที่ขุดมาจากสระเก็บน้ำพบบริเวณด้านตะวันตกใกล้บริเวณโรงเรียนบ้านกำพี้เหล่ากา และบริเวณรอบสระหนองสะแบง มีเนื้อที่ประมาณ 25.94 ไร่ หรือ 16.47% ของพื้นที่
4. แหล่งน้ำมีเนื้อที่ประมาณ 21.49 ไร่ หรือ 13.56 % ของพื้นที่


ผู้ได้รับประโยชน์ :

ประชาชนบ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง
1. ทำให้ราษฎรมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000บาท/คน/ปี
2. ทำให้ราษฎรในโครงการฯ และหมู่บ้านใกล้เคียงได้บริโภคอาหารปลอดภัยจากสารพิษ
3. ราษฎรที่ทำงานในโครงการฯ นอกจากมีรายได้แล้ว  ยังสามารถนำความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติงานออกไปประกอบอาชีพส่วนตัว และปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาทำงานมีรายได้ มีความรู้สามารถนำไปประกอบอาชีพต่างๆได้ต่อไป
4. เป็นแหล่งศึกษาดูงาน และฝึกอบรม ซึ่งมีราษฎรเข้ารับการฝึกอบรมและเยี่ยมโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านกำพี้ได้ตลอดเวลา


ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ :

การดำเนินงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง บูรณการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ตามลักษณะของกิจกรรม โดยแบ่งลักษณะการดำเนินงานของโครงการฯ ออกเป็น 8 กิจกรรมหลักดังนี้
1. กิจกรรมอำนวยการ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระหว่างปีงบประมาณ 2549-2551
2. กิจกรรมด้านพัฒนาที่ดิน ส่งเสริม สาธิต ผลิต จำหน่าย ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ สารป้องกันแมลงศัตรูพืช จากสารเร่ง พด. 1, 2, 6, 7 สนับสนุนการใช้หญ้าแฝกป้องกันการพังทลายของดิน และช่วยในการอนุรักษ์ดินและน้ำ รณรงค์งดเผาตอซังพืชโดยการไถกลบตอซังพืช และใช้พืชปุ๋ยสด เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน
3. กิจกรรมปศุสัตว์ ผลิตและจำหน่ายเป็ด ไก่ สุกร แพะ แนะนำการผลิต ควบคุม และเฝ้าระวังโรคระบาด จัดทำมาตรฐานโรงเรือน แนะนำและผลิตอาหารสัตว์ เพื่อใช้ภายในโครงการฟาร์มฯ การดูแลพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อผลิต เป็ด ไก่ สุกร และแพะ
4. กิจกรรมด้านพืช ผลิตและจำหน่ายพืชผัก ไม้ผล พืชไร่ และเห็ด อบรมเกษตรกรด้านการผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษ
5. กิจกรรมหม่อนไหม ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม โรงเรือนเลี้ยงไหม แปลงหม่อน และไหมที่ได้จากการเลี้ยงภายในโครงการฟาร์มฯ
6. กิจกรรมประมง สนับสนุน ส่งเสริม ผลิตและจำหน่าย ปลา กบ การดูแลพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ปลาและกบ
7. สถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ บ้านกำพี้
          7.1 จำหน่ายภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ
          7.2 จำหน่าย ณ ตลาดอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
          7.3 จำหน่ายหน้าโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ (ตรงข้ามโรงเรียนบ้านกำพี้เหล่ากาเจริญศิลป์)
8. การฝึกอบรมโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ มีการฝึกอบรมให้กับราษฎรในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 16 ครั้ง ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2551 มีราษฎรเข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้น 556 คน ราษฎรที่เข้ารับการฝึกอบรม ได้แก่ ราษฎรตำบลหนองโก ตำบลหนองม่วง ตำบลหนองจิก ตำบลบ่อใหญ่ ตำบลยาง ตำบลบัวมาศ ตำบลดอนงัว ตำบลหนองสิม ตำบลโนนราษี ตำบลกำพี้ ตำบลโนนแดง ตำบลวังไชย ตำบลหนองคูขาด ตำบลวังใหม่ เป็นต้น

 

ความสำเร็จของโครงการ :

นายกรธวัช ยุงรัมย์ เจ้าหน้าที่งานในพระองค์สวนจิตรลดา ในฐานะผู้ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกำพี้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา และทรงทราบว่าราษฎรกว่า 124 ครัวเรือน ยังต้องการแหล่งน้ำเพื่อประกอบอาชีพ รวมทั้งใช้ในการอุปโภคบริโภค และหลังจากที่ได้สำรวจพื้นที่พบว่า บริเวณนั้นมีแหล่งน้ำเดิมคือ “หนองโคกสะแบง” ที่มีความเหมาะสมเพื่อเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนในโครงการฟาร์มตัวอย่าง เพื่อให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งได้บริโภคอาหารปลอดภัยจากสารพิษ นับว่าโครงการฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ เป็นหนึ่งในหลายแห่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นแบบอย่างในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ที่สำคัญสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง

พ.ท.ไชยนคร กิจคณะ ผู้บังคับกองพันพัฒนาที่ 2 กล่าวว่า “การทำอาชีพเสริมของชาวบ้านบ้านกำพี้ จะมีวิทยากรมาสอนให้ความรู้ เพื่อให้ชิ้นงานมีความทันสมัยขึ้น รวมทั้งการจัดลำดับความคิดในการทำงานด้วย ปัญหาของชาวบ้านจะเป็นเรื่องช่องทางการตลาด ซึ่งจะต้องหาทางระบายสินค้า ซึ่งต้องทำร่วมกับการพัฒนาฝีมือไปพร้อมกัน จากการสำรวจรายได้ครอบครัวของชาวบ้านบ้านกำพี้พบว่า ปัจจุบันมีรายได้ 22,000 บาทต่อครอบครัว ต่างจากปี พ.ศ. 2516 ที่มีรายได้ต่อครอบครัวเพียง 8,500 บาทเท่านั้น”

นางซัน เทียบแสน อายุ 89 ปี ชาวบ้านบ้านกำพี้ เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อตอนอายุ 83 ปี ทรงห่วงใยถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตรัสว่า “ชีวิตเป็นอยู่อย่างไร ให้ทอผ้าไหมเยอะๆ แล้วส่งไปที่สวนจิตรลดา” ตอนนั้นที่บ้านยากจนมาก และรู้สึกปลื้มใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ ด้วยความปีติถึงขนาดเมื่อเดินกลับบ้านยังลืมไปว่าบ้านตนเองอยู่ที่ไหน และมาถึงตรงนี้เหมือนเป็นบุญที่ได้ทำงานให้พระองค์ท่าน เงินที่ได้มาก็ทำให้มีความสุขด้วย อยากให้พระองค์ท่านเสด็จฯ มาเยี่ยมชาวบ้านที่นี่อีก

ส่วนนางกุหลาบ เทียบแสน อายุ 39 ปี เลขานุการกลุ่มทอผ้า กล่าวว่า จากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้ชีวิตของชาวบ้านที่นี่ดีขึ้นมาก ทุกบ้านมีรายได้เสริม ได้ใช้จ่ายอีกทั้งยังมีเงินเก็บ ซึ่งนอกจากจะมีโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกำพี้ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระยะหลังยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ด้วยการพระราชทานไหมหลวง ปีละ 400 กิโลกรัม เพื่อนำมาทอผ้าไหมอีกด้วย

นายคำ ทองโคตร อายุ 56 ปี พ่อบ้านจักสาน กล่าวถึงการทำอาชีพจักสานซึ่งเป็นอาชีพเสริม หลังจากเสร็จสิ้นฤดูทำนาว่า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มจักสาน โดยมีอาจารย์จากศิลปาชีพเข้ามาสอนทำลายและรูปแบบใหม่ๆ ทำให้มีความหลากหลายของชิ้นงานมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายได้อีกด้วย แม้ระยะแรกจะรู้สึกว่าเป็นงานที่ยาก เพราะต้องใช้สายตามาก รวมทั้งความอดทนสูง เมื่อนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเมตตาก็ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมากกว่า ยิ่งเมื่อผลงานสำเร็จออกมาก็สามารถจำหน่ายได้เงินมาเลี้ยงครอบครัวด้วย

 
   


ที่มาของข้อมูล : สำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพภาคที่ 2 หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 12 สิงหาคม 2552

ผู้ที่เกี่ยวข้อง :
กลุ่มผู้ใช้น้ำ …………………………………………………………………………
เบอร์ติดต่อ ……………………………………………………………………………………….…
ที่อยู่ …………………………………………………………………………………………………

 



Copyright 2010 - Office of The Royal Development Projects Board. All rights reserved.