โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลายมาศ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จังหวัดนครราชสีมา

พระราชดำรที่ตั้งโครงการ วัตถุประสงค์โครงการ

ลักษณะโครงการ ผู้ได้รับประโยชน์ ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ

ความสำเร็จของโครงการ ประมวลภาพโครงการ

   
พระราชดำริ :
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
แนวพระราชดำริ :

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริเมื่อวันที่ 11 และ 31 ตุลาคม  2521 ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำ หรือฝายทดลำน้ำทางบริเวณตอนต้นของน้ำลำนางรอง และต้นน้ำลำปลายมาศ รวมทั้งลำน้ำสาขาทั้งสอง เพื่อจัดน้ำให้ราษฎรในเขตอำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปะคำ และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคตลอดปี สามารถนำมาเพาะปลูกได้ตลอดฤดูฝนและฤดูแล้ง เนื่องจากรราษฎรบริเวณพื้นที่รอยต่ออำเภอเสิงสางและอำเภอครบุรีที่นอกจากปัญหาจากการที่ชาวบ้านบุกรุกป่าไม้ปลูกพืชทำการเกษตรใช้เป็นที่ทำกิน ทำให้พื้นดินแห้งแล้งแล้ว ราษฎรบริเวณนี้ยังได้รับความเดือดร้อนจากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง พื้นที่บริเวณดังกล่าวจึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีการซ่องสุมกำลังพลยุทโธปกรณ์และการชี้นำจากฐานที่มั่นในกัมพูชานับตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อินโดจีนภายในกัมพูชาเป็นต้นมา พื้นที่บริเวณอำเภอเสิงสางและอำเภอครบุรีได้กลายเป็นพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจึงเกิดการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างขนานใหญ่เป็นผลกระทบให้ราษฎรกระจัดกระจายอย่างไม่มีระบบ ควบคุมถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์รบกวน ขู่บังคับ จับกุม และกวาดต้อน ทำให้ราษฎรอพยพหลบภัย เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาความอดอยากยากจน               

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ยากไร้จึงทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้กรมชลประทานประสานงานโดยใกล้ชิดกับกองทัพบก ทำการก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยทำการก่อสร้างฝายทดน้ำห้วยหิน  ท้องที่ตำบลโนนสมบูรณ์เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎร บ้านโนนสมบูรณ์ใช้สอยในระยะเริ่มต้นก่อนดำเนินการก่อสร้างพร้อมๆ กับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองมะนาวที่หมู่บ้านโนนดินแดง อำเภอละหานทราย  จังหวัดบุรีรัมย์ แต่กรมชลประทานไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากบริเวณพื้นที่รอยต่ออำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี ยังมีการต่อสู้กันของคอมมิวนิสต์อยู่ กว่าจะได้เริ่มทำการสำรวจศึกษาความเป็นไปได้บริเวณเขื่อนลำปลายมาศ และเริ่มทำการก่อสร้างตัวเขื่อนก็เมื่อปี 2529
 
 
ที่ตั้งของโครงการ :

สำนักชลประทานที่ 8  จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำเขตตำบลโนนสมบูรณ์ ตำบลสระตะเคียน และตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา

   
วัตถุประสงค์โครงการ :

1.เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน
2.เพื่อแก้ปัญหาสภาพของหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไป
3.เพื่อแก้ปัญหาสภาพด้านการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณท้ายอ่าง

   
หน่วยงานผู้ดำเนินงาน /หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :

โครงการชลประทานนครราชสีมา สำนักชลประทานที่ 8  กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กองทัพบก

 

ลักษณะโครงการ :

เขื่อนกักเก็บน้ำลำปลายมาศอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการชลประทานขนาดกลาง สามารถกักเก็บน้ำที่ปริมาณกักเก็บได้ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร ลักษณะเป็นเขื่อนดินประเภท zone type แกนดินเหนียวสูง 32 เมตร ยาว 1,100 เมตร ประกอบด้วยคลองดาดคอนกรีตสายใหญ่ และสายซอยความยาวรวม 62 กิโลเมตร เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 26,000 ไร่ ในเขตอำเภอเสิงสาง การควบคุมปริมาณน้ำบริเวณต้นน้ำลำปลายมาศอันเป็นสาขาของลุ่มน้ำมูลที่สำคัญสาขาหนึ่ง ลุ่มน้ำนี้จะหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมช่วยการเพาะปลูกของราษฎรเขตอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมาได้ส่วนหนึ่ง  ลุ่มน้ำส่วนใหญ่จะหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมช่วยราษฎรเขตจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ อำเภอปะคำ  อำเภอหนองกี่  อำเภอหนองหงส์  อำเภอเมืองบุรีรัมย์  และอำเภอลำปลายมาศ

ส่วนฝายปะคำปิดกั้นลำปลายมาศในเขตบ้านโคกเขาพัฒนาตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะเป็นฝายคอนกรีตสูง 3.40 เมตร ยาว 180 เมตร อาคารประกอบมีท่อระบายน้ำฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา และประตูระบายทราย พร้อมด้วยระบบส่งน้ำซึ่งประกอบด้วย คลองดาดคอนกรีตสายใหญ่และสายซอยความยาวรวม 126 กิโลเมตร เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 40,000 ไร่ ในเขตอำเภอปะคำ และอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์


ผู้ได้รับประโยชน์ :
เกษตรกรในพื้นที่และประชาชนทั่วไป

ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ :

เนื่องจากสถานการณ์ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ อันแสดงให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 2 จึงได้เสนอแผนการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ใช้วิธีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมเข้าดำเนินการพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการใช้เครื่องมือทางทหารจัดทำเป็นแผนพัฒนาผสมผสานเบ็ดเสร็จสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมายภายใต้แผนงานเดียวกัน แผนงานดังกล่าวคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ กองทัพภาคที่ 2 เข้าดำเนินการพัฒนาในพื้นที่รอยต่ออำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี โดยจัดสรรงบประมาณเป็นโครงการพัฒนาต่อเนื่อง 2 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2526 - 2527 แต่เนื่องจากการดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนราชการต่างๆ ปฏิบัติงานแล้วไม่เสร็จ  ตามเป้าหมายโครงการ
กองทัพภาคที่ 2 จึงขอขยายระยะเวลาการปฏิบัติงานต่อเนื่องมาจนสิ้นปีงบประมาณ 2529 รวมระยะเวลาดำเนินงานขั้นพื้นฐานเป็นเวลา 4 ปี หลังจากนั้นกองทัพภาคที่ 2 ได้เล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่ปฏิบัติการจึงมอบหมายให้กองกำลังสุรนารีดำเนินการโครงการพัฒนาเสริมความมั่นคงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บริเวณรอยต่ออำเภอเสิงสางและอำเภอครบุรี เพื่อให้สอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์พัฒนาที่เตรียมไว้เผชิญกับภัยคุกคามภายในประเทศ เป็นโครงการต่อเนื่องที่ต้องติดตามขยายผลการปฏิบัติต่อไปในห้วงปีงบประมาณ 2530 - 2534 รวมระยะเวลา 5 ปี
ผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระยะเริ่มต้น ระหว่างปี 2526 - 2529 กองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ของฝ่ายพลเรือนดำเนินงานพัฒนาช่วยเหลือประชาชนเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนี้.-
1) งานจัดตั้งโครงการหมู่บ้านป่าไม้ 2 โครงการ คือ จัดตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่ โดยรวบรวมราษฎรที่กระจัดกระจายให้เข้ามาอยู่อาศัยรวมกัน 10 หมู่บ้าน จัดที่อยู่อาศัยให้ 1,927 ครอบครัวและจัดที่ดินทำกินให้ราษฎร 4,141 ครอบครัวๆ ละ 15 ไร่
2) งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
- ก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 1 โครงการ คือ โครงการมูลบนประกอบด้วย เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแซะ
- ก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลาง 3 โครงการ คือ โครงการลำปลายมาศ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเพลียก และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเตย
- ก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดเล็ก 17 โครงการ
3) งานพัฒนาอาชีพทุกสาขา
- ทำการส่งเสริมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมทั้งอาชีพศิลปหัตถกรรมเสริมรายได้อื่นๆ
4) งานปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาสาธารณประโยชน์ ปรับปรุงการคมนาคม มีถนนเชื่อมต่อหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ก่อสร้างสถานีอนามัยเพิ่มขึ้น 2 แห่ง ขยายเขตไฟฟ้าเข้าถึงหมู่บ้านครบถ้วนทุกหมู่บ้าน ก่อสร้างสถานศึกษาระดับประถมศึกษามีโรงเรียนทุกหมู่บ้าน
5) งานพัฒนาร่างกายจิตใจ พัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดระบบรักษาความปลอดภัย
- การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การจัดหาน้ำสะอาดในหมู่บ้าน การฝึกหลักสูตร อพป. กนช. และการจัดตั้งหอกระจายข่าว  จัดสรรน้ำให้ราษฎรใช้สอยทำการเกษตรได้โดยสมบูรณ์ตลอดไป
1. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานในฤดูฝน 66,000 ไร่ ฤดูแล้งประมาณ 25,000 ไร่ และอุปโภค บริโภคได้ตลอดปีในเขตตำบลบ้านราษฎร์ โนนสมบูรณ์ สระตะเคียน และกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และตำบลโคกมะม่วง หูทำนบหนองบัว ไทยเจริญ ปะคำ อำเภอปะคำ และตำบลทรัพย์พระยา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
2. ช่วยบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ
3. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ช่วยเพิ่มอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรในด้านการประมง
4. เกษตรกรใช้ถนนบนคันคลองเป็นเส้นทางลำเลียงผลผลิต
5. เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

กิจกรรมสำคัญคือ จัดหาแหล่งน้ำ ปรับปรุงสภาพดินและทดลองการเกษตรผสมผสาน ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า เลี้ยงโคนม ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เกษตรทฤษฎีใหม่ ไร่นาสวนผสม ปลูกไม้โตเร็ว ปลูกพืชหน้าแล้ง และธนาคารโคกระบือตามโครงการพระราชดำริ

 

ความสำเร็จของโครงการ :

นางนาคแก้ว เสถียรหิรัญ นายกอาสาสมัครสาธารณสุข อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงความเป็นอยู่เมื่อครั้งก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศว่า ในช่วงเวลานั้นชาวบ้านลำบากไม่มีน้ำกินน้ำใช้ แต่โชคดีที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ขณะนั้นตนได้เขียนข้อความร้องทุกข์ใส่กระดาษแล้ววางไว้ที่ตรงหน้าขณะที่นั่งรอรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จมาถึงก็เอากระดาษแผ่นนั้นขึ้นอ่านทรงตรัสถามว่า “เป็นอย่างไรบ้านโนนสมบูรณ์” ตนจึงบอกว่า“สมบูรณ์แต่ชื่อ แต่หมู่บ้านไม่ได้สมบูรณ์ แห้งแล้งไม่มีน้ำ ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกับราษฎรรายอื่นอยู่ได้ยินก็หันมาสอบถามกับตนเพิ่มเติม พร้อมรับสั่งว่า จะเข้ามาสร้างอ่างเก็บน้ำให้แต่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องร่วมมือด้วย ตนก็รับปาก จากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาสำรวจพื้นที่ และดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยมีราษฎรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่จวบจนโครงการแล้วเสร็จ
“ตอนนี้โครงการมีความก้าวหน้าจนมีความพร้อมสมบูรณ์ในหลายๆ ด้าน และมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อีกทั้งชาวบ้านยังสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ถ้ารู้จักรักษาน้ำก็จะสามารถทำนาได้ทั้งปี วันนี้ชาวลำปลายมาศต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง อย่างหาที่สุดมิได้ พสกนิกรชาวไทยมีความร่มเย็นเป็นสุขในทุกวันนี้ได้ก็ด้วย พระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อยเพื่อราษฎรมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สิ่งที่เราสมควรทำอย่างยิ่ง ในขณะนี้ คือ การทำความดีถวายพ่อหลวงของเรา” นางนาคแก้ว เสถียรหิรัญ กล่าว.

 
   


ที่มาของข้อมูล : เอกสารโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลายมาศ สำนักชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน

ผู้ที่เกี่ยวข้อง :
กลุ่มผู้ใช้น้ำ …………………………………………………………………………
เบอร์ติดต่อ .....................................
ที่อยู่ …………………………………………………………………………………………………

 



Copyright 2010 - Office of The Royal Development Projects Board. All rights reserved.