สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
Office of the Royal Development Projects Board (ORDPB)

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2561 เวลา 13.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำแม่กลอง การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ และรับฟังการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 
           เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นโครงการหนึ่งของแผนพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทยที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2522 แล้วเสร็จในปี 2527 และเมื่อปี 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน ต่อมาในปี 2544 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนาม “เขื่อนวชิราลงกรณ” ตามพระนามาภิไธยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แทนชื่อ “เขื่อนเขาแหลม” 
เขื่อนวชิราลงกรณ สามารถเก็บกักน้ำสูงสุดปกติ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเฉลี่ยประมาณปีละ 5,500 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากจะสร้างประโยชน์ในด้านชลประทาน และการเกษตรในพื้นที่แล้ว ภายในเขื่อนยังประกอบด้วยโรงไฟฟ้าซึ่งได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 100,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลังผลิต 300,000 กิโลวัตต์ และให้พลังงานเฉลี่ยปีละ 777 ล้านกิโลวัตต์/ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับราษฎรในพื้นที่ ซึ่งในช่วงฤดูฝน ลำน้ำแควน้อยและแควใหญ่จะมีปริมาณน้ำมาก เมื่อไหลมารวมกันจะทำให้เกิดน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำแม่กลองเป็นประจำ หลังจากมีเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงเขื่อนศรีนครินทร์ ทั้งสองเขื่อนทำให้สามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างถาวร 
          สำหรับสถานการณ์น้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ ณ วันที่ 13 กันยายน 2561 มีปริมาณน้ำ 8,351 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 94 ของความจุอ่างฯ ระบายน้ำออกเฉลี่ย 58 ล้านลูกบาศก์เมตร /วัน (โดยผ่านทางช่องทางปกติ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และผ่านทางน้ำล้น 15 ล้านลูกบาศก์เมตร) และยังสามารถรับน้ำได้อีก 509 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับการดำเนินงานนั้นได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ มีการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนเป็นประจำเพื่อให้การดำเนินงานบังเกิดประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลสูงสุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

 


Cr : นายช่างภาพ สำนักงาน กปร.