สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
Office of the Royal Development Projects Board (ORDPB)

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

 

เรื่องเดิม

            เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริกับหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ  จักรพันธุ์ และอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเล็ก  จินดาสงวน ให้พิจารณาวางโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน โดยมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลองการเกษตรในด้านต่างๆ ตลอดจนการอบรม และเผยแพร่ไปสู่ราษฎรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

             เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน  2525  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดสกลนคร โดยมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ทดลองงานที่พัฒนาแบบเบ็ดเสร็จและมีรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับเป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองต่อไป และได้พระราชทานพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นศูนย์ให้บริการในด้านเทคนิคและวิชาการที่ครบวงจร  เพื่อให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

            ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านนานก-เค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่โครงการฯ ประมาณ 2,100 ไร่ และมีเขตปริมณฑลเพื่อการพัฒนาป่าไม้ประมาณ 11,000 ไร่ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2527 โดยมีกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักและมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ส่วน  เข้าร่วมในการดำเนินงาน  โดยมุ่งเน้นที่จะให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนา     ภูพานฯ เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลองการเกษตรในด้านต่างๆ ตลอดจนการอบรมและเผยแพร่ไปสู่ข้าราชการ และเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างในรูปแบบหมู่บ้านสหกรณ์ต่อไป

             เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานพัฒนาในด้านต่างๆ พอสรุปได้ดังนี้ “การทำอุตสาหกรรมในครัวเรือนใช้ไม้ไผ่จำนวนมากในศูนย์ศึกษานี้ ควรรวบรวมพันธุ์ไผ่และปลูกไผ่ในสภาพพื้นที่ต่างๆ กัน ถ้าเลือกเฉพาะสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมปลูกแล้ว ที่อื่นๆ ไม่ทราบ ลองปลูกดูว่าจะได้ผลในสภาพใดบ้าง ต้องพยายามปลูกไม้ต่างๆ ในสภาพพื้นที่ต่างๆ ปลูกทุกลักษณะเดิม ปลูกเป็นส่วนๆ ควรปลูกในที่อื่นด้วย เพื่อเป็นตัวอย่าง”

              กิจกรรมการพัฒนาที่ดิน ควรพิจารณาแก้ไขปัญหาดินลูกรังโดยเร็ว โดยพิจารณานำเครื่องจักร เครื่องมือ มากระทุ้งชั้นดิน ลูกรัง แล้วนำดินลูกรังชั้นล่างขึ้นมาผสมกบดินลูกรังชั้นบน แล้วไถกลบเชื่อว่าภายใน 2 ปี สามารถปลูกพืชได้ และที่สำคัญในบริเวณที่ไม่ดี แต่สามารถทำให้ปลูกพืชได้ เมื่อชาวบ้านมาดู มาเห็น ทำได้ ก็จะนำไปเป็นตัวอย่างและทดลองทำในพื้นที่ของตนต่อไป

              กิจกรรมการศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์ ควรส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ที่จะให้ราษฎรสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ ไม่ใช้เทคโนโลยีสูงเพราะจะต้องใช้เงินลงทุนสูงตามไปด้วย ให้ค่อยๆ เพิ่มความรู้ให้ชาวบ้านทีละเล็กละน้อย ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ส่วนการเลี้ยงไก่นั้น ราษฎรมักประสบปัญหาการตายของไก่เป็นจำนวนมาก ลองศึกษาว่าควรจะส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์อะไรที่ทนทานกว่าไก่ เช่น การเลี้ยงเป็ด เพราะแข็งแรง อดทนดีกว่า และไม่ต้องลงทุนสูง ส่วนวัวที่จะไปส่งเสริมให้มีการเลี้ยง ก็ควรเป็นพันธุ์ที่แข็งแรง และเป็นลูกผสม เพราะวัวพันธุ์แท้เวลานำมาเลี้ยงจะตายหมด ส่วนการเลี้ยงสุกรนั้น จะต้องนำปลาทะเลมาทำเป็นปลาป่น ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ห่างไกลจากทะเลมากก็น่าจะทดลองเลี้ยงปลาหมอเทศ และนำมาเป็นอาหารสุกรบ้าง เพราะปลาหมอเทศเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว แต่จะต้องประสานงานกับกรมประมงดูว่าจะเลี้ยงได้ไหม เพราะปลาหมอเทศเป็นปลานิสัยดุ หากหลุดออกไปแพร่พันธุ์ในที่ที่ไม่ต้องการจะไปทำลายปลาอื่นๆ ด้วย

            ควรขยายพันธุ์สุกรเหมยชานให้มากขึ้น โดยให้คัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ลูกดก เพื่อที่จะได้ส่งเสริมให้ราษฎรได้เลี้ยงให้มากขึ้น และให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการดูแล วัวจำนวน 35 ตัว ที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย โดยดำเนินการผสมเทียม และดูแลเรื่องสุขภาพด้วย

             ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านนานกเค้า  ตำบลห้วยยาง  อำเภอเมือง  จังหวัดสกลนคร  มีพื้นที่โครงการ 13,300 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่กิจกรรมต่างๆ 2,300 ไร่ และมีเขตพื้นที่อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร 11,000 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่งานศึกษาทดลองและวิจัย และงานด้านการขยายผลการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งมีผลการดำเนินงานก้าวหน้าเป็นที่พอใจตามลำดับสรุปได้ดังนี้

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2532

              งานฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและประชาสัมพันธ์ โดยจัดหาวัสดุครุภัณฑ์ 4 ประเภท จำนวน 24 รายการ

ประโยชน์ของโครงการ

               ช่วยให้ราษฎรในเขตหมู่บ้านบริวาร จำนวน 14 หมู่บ้าน และหมู่บ้านอื่นๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถเรียนรู้ และเข้าใจความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้ง่ายขึ้น และมีความสำนึกและตื่นตัวในการพัฒนาอาชีพทางด้านเกษตรกรรมมากขึ้น เพื่อจะนำไปปรับปรุงแก้ไขการทำมาหากินให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น ในระยะยาวต่อไป

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2533

              ในปีงบประมาณ 2533 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้มีผลการดำเนินงาน

               3.1 งานชลประทาน ได้ดำเนินการบำรุงดูแล รักษาอ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ ฝายขนาดเล็ก (Check Dam) และการส่งน้ำให้กับกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ และดำเนินการก่อสร้างคูส่งน้ำและอาคารประกอบ ยาว 380 เมตร พร้อมทั้งปรับปรุงอาคารบ้านพัก

               3.2 งานหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาบ้านพัฒนาตัวอย่างและขยายการส่งเสริมและพัฒนาไปยังหมู่บ้านบริวารของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การบริหารและจัดการเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร้านค้าหมู่บ้าน ธนาคารข้าว  ประปาหมู่บ้าน และการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

               3.3 งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม แยกเป็นกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้

                    - กิจกรรมข้าว ได้ดำเนินการทดสอบพันธุ์ข้าว และวิธีการเพิ่มผลผลิตที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่

                    - กิจกรรมพืชไร่ ทำการศึกษาพืชไร่เศรษฐกิจต่างๆ เพื่อที่จะหาพันธุ์และวิธีการปฏิบัติรักษาที่เหมาะสมและถูกต้องสำหรับแนะนำให้เกษตรกร

                    - กิจกรรมพืชสวน ทำการทดสอบพืชสวนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวบรวมศึกษาและคัดพันธุ์และทำการเกษตรกรรม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพผลผลิตที่ดี

                   - กิจกรรมหม่อนไหม การดำเนินงานที่สำคัญของกิจกรรมสรุปได้ คือการเปรียบเทียบผลผลิตหม่อนสายพันธุ์แก้วชนบท กับ หม่อนลูกผสมสายพันธุ์แก้วชนบท NO 20, การศึกษาการปลูกหม่อนแบบแปลงผัก, การศึกษาวิธีการเก็บเกี่ยวใบหม่อนที่เหมาะสมกับการเลี้ยงไหมไทยของเกษตรกร, การทดสอบการเลี้ยงไหมสภาพโรงเลี้ยงแบบต่างๆ ที่เกษตรกรสร้างเอง เปรียบเทียบกับโรงไหมมาตรฐาน

                    - กิจกรรมเพาะเห็ด เพื่อนำเอาวัสดุเหลือใช้มาทดสอบและพัฒนาการเพาะเห็ด ศึกษาค้นคว้าหาวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในสภาพพื้นที่ สรุปได้คือ การทดสอบศึกษาการเลี้ยงเชื้อเห็ดที่เหมาะสมให้อาหารเหลว, การทดสอบการทำเชื้อเห็ดชนิดต่างๆ จากวัสดุต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น, การทดสอบหาวัสดุที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก, การทดสอบการเพาะเห็ดหอม โดยใช้ขี้เรื่อยไม้เบญจพรรณในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม, การทดสอบวิธีการเปิดดอกเห็ดตีนแรดที่เหมาะสม, การถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ทำการฝึกอบรมเกษตรกร 64 รุ่น

                     - กิจกรรมยางพารา ดำเนินการปลูกยางพารา 3 พันธุ์ คือ RRIM 600. GT 1 และ PR 255 พบว่า พืชแซมและพืชคลุมดินมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของยางอย่างเห็นได้ชัด

                     -  กิจกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนารูปแบบของการถนอมอาหารและแปรรูปอาหารจากผลิตผลทางการเกษตรให้มีอายุอายุยืนยาวและคุณภาพดี โดยนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูป คือ การศึกษาการทำวุ้นเส้นจากถั่วเขียว, การศึกษาการทำแป้งจากผลิตผลทางการเกษตร, การศึกษาการทำข้าวเกรียบจากผลิตผลทางการเกษตร, การศึกษาการทำผลิตภัณฑ์จากสับปะรด, การศึกษาการทำผลิตภัณฑ์จากกล้วย นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาการแปรรูปและการถนอมอาหารจากผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ เช่น ไวน์กระเจี๊ยบ หน่อไม้บรรจุขวด กาแฟตากแห้ง น้ำเสาวรส มะละกอแก้ว ถั่วเคลือบ เห็ดตากแห้งและถั่วทอด

                      - กิจกรรมระบบการทำฟาร์ม ได้จัดทำฟาร์มสาธิตตัวอย่างระบบฟาร์มผสมผสานในเขตปริมณฑลของศูนย์ฯ โดยการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับการเลี้ยงปลา

               3.4 งานสาธิต ส่งเสริม และพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

                     - กิจกรรมสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดโดยสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในรูปแบบต่างๆ กัน ได้แก่ สาธิตการเลี้ยงปลาในบ่อ ในนาข้าว ในกระชัง ในบ่อซีเมนต์ และบ่อในครัวเรือน และสาธิตการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน

                         - กิจกรรมสาธิตการบริหารแหล่งน้ำเพื่อการประมง โดยสาธิตการบริหารอ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดเล็กปล่อยปลาไปทั้งหมด  115,000 และชี้แจงให้ราษฎรบริเวณรอบๆ อ่างช่วยกันดูแลและรักษาป่า

                         - กิจกรรมส่งเสริมและบริการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ เลี้ยงสัตว์น้ำในนา

                 3.5 งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว โดยการฝึกอบรมอาชีพ 8 กิจกรรม คือ การทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาและจากใบเตย ช่างซ่อมจักรยานยนต์ การฟอกย้อมสีฝ้าย  การตีเหล็ก การทอผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้า และการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าและวัสดุอื่น มีราษฎรผ่านการฝึกอบรม จำนวน 190 คน

                 3.6 งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์

                       - งานศึกษาวิจัย ศึกษาปัญหาการเลี้ยงสุกรเหมยซาน การให้อาหารพลังงานและโปรตีนระดับต่ำ สำหรับสุกรแม่พันธุ์ ดูร็อก – เหมยซาน

                       - งานสาธิตเพื่อการพัฒนาปศุสัตว์ โดยการเลี้ยงโคนม โคเนื้อ สุกร และสัตว์ปีกต่างๆ

                       - ส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในหมู่บ้านรอบๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น โคนม โคเนื้อ สุกรเหมยซาน ไก่พื้นเมือง ไก่ดำ เป็ดไข่

                       - การจัดหาผลิตภัณฑ์สัตว์

                 3.7 งานศึกษา พัฒนา และปรับปรุงบำรุงดิน ได้ดำเนินการ

                       - งานวิจัย ได้ดำเนินการ 8 โครงการ คือ การปรับปรุงดินลูกรังโดยใช้วัสดุคลุมดิน, การศึกษาเปรียบเทียบผลผลิตและผลตอบแทนของพืชเศรษฐกิจบางชนิด, การปลูกหญ้าผสมถั่ว โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี, การศึกษาเปรียบเทียบความชื้นในดินลูกรัง, การศึกษาเปรียบเทียบความชื้นในดินทราย, การศึกษาผลของการปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก, การศึกษาผลของการปรับรูปแปลงนาต่อการเพิ่มผลผลิตของข้าว, การศึกษาผลของฮิวมิก้า และปุ๋ยหมักต่อผลผลิตข้าว

                        - งานถ่ายทอดวิชาการ ได้แก่ สาธิตการทำปุ๋ยหมัก สาธิตการใช้ปุ๋ยหมักในนาข้าว สาธิตการใช้พืชสดในนาข้าว พืชสวน

                        - งานด้านบริการ ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสด บริการอนุรักษ์ดินและน้ำ และบริการปรับรูปแปลงนา

               3.8 งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

                     - กิจกรรมป้องกันรักษาป่าในเขตปริมณฑลศูนย์ฯ พื้นที่ 13,600 ไร่ ได้ออกตระเวนตรวจตรา ป้องกัน ปราบปรามการบุกรุกทำลาป่าไม้ในเขตปริมณฑลของศูนย์ฯ อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ

                     - กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกร วัด โรงเรียน และส่วนราชการต่างๆ

                     - กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ บำรุงป่าธรรมชาติ บริเวณต้นน้ำลำธาร เนื้อที่ 1,000 ไร่

                     - กิจกรรมเกษตรกรป่าไม้ ได้จัดทำแปลงสาธิตการปลูกหวายดง ตัดหน่อบริโภคและขยายพันธุ์

                     - กิจกรรมการปลูกป่าและปลูกไม้ในดานหิน ได้ปลูกไม้ยางพาราเสริมธรรมชาติเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่                      

                     - กิจกรรมสาธิตและส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง ได้บำรุงดูแลสวนครั่ง และปลูกต้นไม้เลี้ยงครั่งเพิ่มเติมอีก 6 ไร่ ปล่อยครั่งพันธุ์เพาะเลี้ยงกับต้นไม้

                     - กิจกรรมสาธิตการแปรรูปไม้เป็นเชื้อเพลิง ได้บำรุงดูแลป่าฟืนสาธิต เตาผลิตถ่านประสิทธิภาพสูง และศึกษาผลผลิตของการผลิตถ่ายจากไม้โตเร็วบางชนิด

                     - กิจกรรมควบคุมไฟป่า รณรงค์ป้องกันไฟป่า และฝึกอบรมให้ราษฎรรู้จักการป้องกันไฟป่า และการดับไฟฟ้า

                3.9 งานส่งเสริมการเกษตร โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าว ส่งเสริมการจัดไร่นาสวนผสม แปลงสาธิตการปลูกไผ่ตงแบบสวนหลังบ้าน ส่งเสริมการปลูกไผ่ตงแบบสวนหลังบ้าน

                3.10 งานสาธารณสุข  ส่งเสริมการเผยแพร่ให้เกษตรกรในหมู่บ้านรอบๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ รู้จักการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีและรู้จักการป้องกันรักษาโรคต่างๆ  โดยดำเนินการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี งานอนามัยแม่และเด็ก โดยหญิงมีครรภ์ได้รับการดูแลก่อนคลอด ทำคลอด ดูแลแม่และเด็กหลังคลอด งานจัดหาน้ำสะอาดและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม งานรักษาพยาบาล ได้ให้บริการโดยสถานบริการและตามแนวทางการพึ่งตนเองทางสาธารณสุขมูลฐาน ได้จัดตั้งกองทุนยา กองทุนบัตรสุขภาพ กองทุนโภชนาการ และอื่นๆ

                3.11 งานบริหารส่วนกลาง ได้ดำเนินการประสานงาน และอำนวยความสะดวกให้แก่กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถดำเนินงานโดยคล่องตัว รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                3.12 งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีแผนใหม่ ที่ได้รับจากการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ของกิจกรรมต่างๆ ว่าเป็นผลดีสามารถนำไปเผยแพร่ประชาชนต่อไป โดยมีเกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จำนวนทั้งสิ้น 1,656 คน

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2534

               ในปีงบประมาณ 2534 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้มีผลการดำเนินงาน

               3.1 งานชลประทาน ได้ดำเนินการบำรุงดูแล รักษาอ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ ฝายขนาดเล็ก (Check Dam) และการส่งน้ำให้กับกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ และก่อสร้างร่องระบายน้ำสองข้างถนน

               3.2 งานหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาบ้านพัฒนาตัวอย่างหมู่บ้านบริวารของศูนย์ฯ การบริหารและจัดการเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ธนาคารข้าว กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ฝึกอบรมผู้นำท้องถิ่น และกิจกรรมเยาวชน

               3.3 งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม นำความรู้และเทคโนโลยีแผนใหม่ไปส่งเสริมและเผยแพร่ให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติตาม แยกเป็นกิจกรรมข้าว พืชไร่ พืชสวน หม่อนไหม เพาะเห็ด พารา แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร พัฒนารูปแบบการถนอมและการแปรรูปอาหารจากผลิตผลการเกษตรให้มีอายุยืนนาน มีคุณภาพดีและเพิ่มคุณค่าของอาหารให้มากขึ้น กิจกรรมระบบการทำฟาร์ม ศึกษาการพัฒนาระบบการทำฟาร์มพื้นที่เกษตรกรในหมู่บ้าน เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน และปรับปรุงการประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น

                3.4 งานสาธิต ส่งเสริม และพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง ได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ในรูปแบบต่างๆ การเลี้ยงปลาในบ่อ ในนาข้าว ในกระชัง ในบ่อซีเมนต์

                      - ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อใช้แจกจ่าย และปล่อยในแหล่งน้ำ จำนวน 200,000 ตัว เป็นปลานิล 50,000 ตัว ปลาไน 50,000 ตัว และปลาตะเพียนขาว 100,000 ตัว

                      - สาธิตการบริหารแหล่งน้ำเพื่อการประมง โดยสาธิตกาบริหารอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยเวียนไพร บ้านลาดกระเชอ  พื้นที่ 10 ไร่ ปล่อยปลา 30,000 ตัว และชี้แจงให้ราษฎรบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ ช่วยกันดูแลรักษาและจับปลาเฉพาะตัวใหญ่

                       - กิจกรรมส่งเสริมและบริการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ เลี้ยงสัตว์น้ำในนา ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อแบบผสมผสาน และส่งเสริมการเลี้ยงปลาในกระชัง

                  3.5 งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว โดยการฝึกอบรมอาชีพ 9 กิจกรรม คือ การทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา การบัดกรีโลหะแผ่น ช่างเชื่อโลหะ ย้อมสีฝ้าย ผลิตภัณฑ์จากเชือกกระสอบ ย้อมสีไหม ทอผ้าด้วยกี่กระตุก ซ่อมรถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์จากใบเตย

                   3.6 งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์

                         - ศึกษาวิจัย

                         - สาธิตเพื่อการพัฒนาปศุสัตว์ การเลี้ยงโคนม โคเนื้อ สุกร และสัตว์ปีก การพัฒนาพืชอาหารสัตว์ในแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ และแปลงนาพืชอาหารสัตว์

                         - ส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในหมู่บ้านรอบๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เช่น โคนม โคเนื้อ สุกรเหมยซาน สัตว์ปีก และจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงสัตว์

                         - สนับสนุนพันธุ์สัตว์และพืชอาหารสัตว์ เช่น ไก่ สุกร และผลิตพืชอาหาร

                   3.7 งานศึกษาพัฒนาและปรับปรุงบำรุงดิน ได้ดำเนินการ

                         - กิจกรรมวิจัย ทดสอบ

                         - กิจกรรมถ่ายทอดวิชาการ ได้แก่ สาธิตการทำปุ๋ยหมัก สาธิตการใช้ปุ๋ยหมักในนาข้าว สาธิตการใช้พืชสดในนาข้าว พืชสวน

                         - กิจกรรมด้านบริการ ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสด บริการอนุรักษ์ดินและน้ำ และบริการปรับรูปแปลงนา

                   3.8 งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

                         - กิจกรรมป้องกันรักษาป่าในเขตปริมณฑลศูนย์ฯ พื้นที่ 13,600 ไร่ ได้ออกตระเวนตรวจตรา ป้องกัน ปราบปรามการบุกรุกทำลาป่าไม้ในเขตปริมณฑลของศูนย์ฯ อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ

                         - กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกร วัด โรงเรียน และส่วนราชการต่างๆ

                         - กิจกรรมศึกษาทางด้านวนวัฒนวิทยา เป็นการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกพันธุ์ไม้ และวิธีการที่เหมาะสมในการปลูกและบำรุงรักษา

                         - กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เป็นการช่วยและสนับสนุนให้พันธุ์ไม้ที่มีค่าในทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ ในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร และปลูกซ่อมต้นไม้

                         - กิจกรรมบำรุงรักษาสวนเดิม บำรุงดูแลรักษาต้นไม้ โดยการถางวัชพืช ลิดกิ่ง ตกแต่งลำต้นไม้ ทั้งทำแนวกันไฟ

                         - กิจกรรมมวนเกษตร ได้จัดทำแปลงสาธิตการปลูกหวายดง ตัดหน่อบริโภคและขยายพันธุ์

                         - กิจกรรมสาธิตและส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง ได้บำรุงดูแลสวนครั่ง และปลูกต้นไม้เลี้ยงครั่งเพิ่มเติมอีก 2 ไร่ ปล่อยครั่งพันธุ์เพาะเลี้ยงกับต้นไม้

                         - กิจกรรมสาธิตการแปรรูปไม้เป็นเชื้อเพลิง ได้บำรุงดูแลป่าฟืนสาธิต เตาผลิตถ่านประสิทธิภาพสูง และศึกษาผลผลิตของการผลิตถ่ายจากไม้โตเร็วบางชนิด

                         - กิจกรรมควบคุมไฟป่า รณรงค์ป้องกันไฟป่า และฝึกอบรมให้ราษฎรรู้จักการป้องกันไฟป่า และการดับไฟฟ้า

                         - กิจกรรมปลูกไม้ไผ่แบบผสมผสาน เป็นการส่งเสริมการปลูกป่าไม้ไผ่ใช้ในอุตสาหกรรมครัวเรือน และศึกษาทดลองปลูกไม้ไผ่แบบผสมผสานกับไม้ผลชนิดต่างๆ

                    3.9 งานส่งเสริมการเกษตร โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าว ส่งเสริมการปลูกไผ่ตงแบบสวนหลังบ้าน ส่งเสริมการขยายพันธุ์ไผ่ตง ปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกถั่วลิสง ขยายพันธุ์มันสำปะหลัง ปลูกงา ส่งเสริมการทำหน่อไม้อัดปี๊บ ส่งเสริมการจัดไร่นาสวนผสม ปลูกถั่วเขียว

                    3.10 งานสาธารณสุข  ส่งเสริมการเผยแพร่ให้เกษตรกรในหมู่บ้านรอบๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ รู้จักการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีและรู้จักการป้องกันรักษาโรคต่างๆ  โดยการอบรมให้ความรู้ในเรื่องอนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัว การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการจัดหาน้ำสะอาด การสนับสนุนให้มีการสร้างส้วมราดน้ำ และตุ่มน้ำ

                    3.11 งานบริหารส่วนกลาง ได้ดำเนินการประสานงาน อุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กิจกรรมต่างๆ

                    3.12 งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีแผนใหม่ที่ได้รับจากการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ของกิจกรรมต่างๆ ว่าเป็นผลดีสามารถนำไปเผยแพร่ประชาชนต่อไป

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2535

              ในปีงบประมาณ 2535 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้มีผลการดำเนินงานพอสรุปได้ดังนี้

                        3.1 งานชลประทาน ได้ดำเนินการบำรุงดูแลรักษาอ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ ฝายขนาดเล็ก (Check dam) การส่งน้ำให้กับกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการปลูกหญ้า

                        3.2 งานหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาบ้านตัวอย่างและหมู่บ้านรอบ ๆ ศูนย์ โดยบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บริหารกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มเยาวชนหมู่บ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิต บริหารธนาคารข้าว ฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นและอาสาสมัคร

                        3.3 งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม ได้ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และทดสอบ และทดสอบการปลูกพืชในรูปแบบต่าง ๆ กัน เพื่อที่จะนำความรู้และเทคโนโลยีแผนใหม่ไปส่งเสริมและเผยแพร่ให้เกษตรกรได้นำไปปฏิบัติ

                        3.4 งานสาธิต ส่งเสริม และพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง  โดยผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิล ปลาไน ปาตะเพียน และปลานวลจันทร์ รวม 150,000 ตัว รวมทำส่งเสริมการเลี้ยงปลาในบ่อ  เลี้ยงปลาในข้าว และบ่อแบบผสมผสาน รวม 45 ราย

                        3.5 งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว ฝึกอบรมให้ราษฎรได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น ซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ผลิตภัณฑ์จากสิ่งเหลือใช้ ตัดเย็บเสื้อผ้า ทำเครื่องเรือนจากไม้ไผ่ ฝึกย้อมสี ทอผ้า ตีเหล็กและช่างเชื่อมโลหะ

                        3.6 งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ได้ดำเนินการวิจัยอาหารสัตว์ วิจัยด้านปศุสัตว์ เพื่อพัฒนาด้านปศุสัตว์ โดยการเลี้ยงโค สุกร ไก่ เป็ด เป็นต้น

                        3.7 งานศึกษาและปรับปรุงบำรุงดิน ถ่ายทอดวิชาการ โดยสาธิตการทำปุ๋ยหมัก 150 ตัน การใช้ปุ๋ยหมักในนาข้าว พืชไร่ และสาธิตการปรับรูปแปลงนา

                        3.8 งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ป้องกันรักษาป่าในเขตปริมณฑลศูนย์ ตั้งจุดตรวจลักลอบการตัดไม้ทำลายป่า ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรได้เข้าใจและให้ความร่วมมือรวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ เช่น ไม้ยางพารา ไม้ผล ไม้กินได้ หวายดง ไผ่ตง ไผ่หวาน และไม้ไผ่ชนิดต่างๆ กิจกรรมอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร กิจกรรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง กิจกรรมสาธิตการแปรรูปไม้เป็นเชื้อเพลิง กิจกรรมส่งเสริมขยายพันธุ์หวายและไมไผ่ชนิดต่าง  ๆ

                        3.9 งานส่งเสริมการเกษตร โดยส่งเสริมและแนะนำการปลูกพืชชนิดต่างๆ ให้เกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัว ทำไร่นาสวนผสม ไม้ผลแบบสวนหลังบ้าน ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อ้อย ถั่วลิสง ข้าวโพดหวาน และการเพาะเห็ดในโรงเรือน

                        3.10 งานบริหารส่วนกลาง ได้ดำเนินการประสานงาน จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ครุภัณฑ์สำนักงาน การปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กิจกรรมต่างๆ สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                        3.11 งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ดำเนินการฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีแผนใหม่ให้เกษตรกร ข้าราชการ ประชาชนโดยทั่วไป

ประโยชน์ของโครงการ

                        เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาและทดลองงานพัฒนาการเกษตรต่างๆ ตามความเหมาะสมสำหรับเป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปใช้ปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง ส่งเสริมให้มีการบำรุงรักษาและพัฒนาป่าไม้ในเขตปริมณฑลของศูนย์ฯ ด้วยระบบชลประทานแบบง่ายๆ  ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ และนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรม และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆ เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2536

1. งานชลประทาน ได้ดำเนินการ

     - บำรุง ดูแลรักษาอ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ ฝายต้นน้ำขนาดเล็ก และการส่งน้ำให้กับกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ

     - รวบรวมพันธุ์หญ้าแฝก ปลูกหญ้าแฝกเพื่อทดลอง และทดสอบการชะล้างหน้าดิน และป้องกันการพังทลาย และการกัดเซาะหน้าดินตามแนวขอบฝายต้นน้ำลำธาร

2. งานหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง ได้ดำเนินการปรับปรุงหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ จำนวน 15 หมู่บ้าน  ดังนี้

     - การจัดระเบียบชุมชน โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็นคุ้ม ปรับปรุงถนนภายในหมู่บ้าน จัดทำป้ายคำขวัญ บริการประปาหมู่บ้าน

     - จัดตั้งกลุ่ม และพัฒนากลุ่มต่างๆ ตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตศูนย์สาธิตการตลาด 7 ศูนย์ ธนาคารข้าว 11 แห่ง และพัฒนากลุ่มอาชีพต่างๆ

     - พัฒนาคุณภาพชีวิต จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 6 แห่ง ตั้งกลุ่มเยาวชนครบ 15 หมู่บ้าน ฝึกอบรมสตรีอาสาพัฒนา 15 หมู่บ้าน

3. งานศึกษา และพัฒนาเกษตรกรรม ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และทดสอบการปลูกพืชในรูปแบบต่างๆ เช่น

     - กิจกรรมข้าว ได้ศึกษา ดำเนินการทดสอบ คือ การปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 โดยปลอดสารอันตราย เปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่เกษตรกร

     - กิจกรรมพืชไร่ ดำเนินการศึกษา ทดสอบการปลูกพืชไร่ในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ได้ดำเนินการทดสอบอัตราการใช้ปุ๋ย ทดสอบพันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อน การกำจัดวัชพืช การใช้ปูนขาว และหินฟอสเฟต และการปลูกพืชร่วมกับมันสำปะหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผลดีพอสมควร

     - กิจกรรมพืชสวน ศึกษาและเปรียบเทียบพันธุ์ไม้ผลบางชนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการปลูกไม้เมืองหนาว ว่าจะสามารถปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้หรือไม่ พบว่า เงาะให้ผลผลิตดีพอสมควรและยังได้ขยายไม้ผลพันธุ์ดี แจกจ่ายให้ราษฎรนำไปปลุกในพื้นที่ของตนเองด้วย

     - กิจกรรมหม่อนไหม ดำเนินการทดสอบและขยายการเลี้ยงไหมไปสู่เกษตรกรให้มากขึ้น

     - กิจกรรมเพาะเห็ด ดำเนินการทดสอบหาวัสดุที่เหมาะสม รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเพาะเห็ดด้วย

     - กิจกรรมยางพารา ดำเนินการศึกษาและทดสอบการปลูกยางพารา การทดสอบการปลูกหวายและพืชสมุนไพรในสวนยางพาราและการปลูกสร้างสวนยางแซมป่าเสื่อมโทรม

     - กิจกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร

     - กิจกรรมระบบการทำฟาร์ม ได้ดำเนินการศึกษา ทดสอบฟาร์มตัวอย่าง ระบบไร่นาสวนผสม ศึกษาระบบการปลูกพืชในที่ไร่ ทดสอบการเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้ พบว่าเกษตรกรสามารถมีรายได้จากการเกษตร หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ประมาณปีละ 14,000 บาท

4. งานสาธิตส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

     - การเลี้ยงปลาผสมผสานกับการเลี้ยงสุกร เกษตรกรสามารถมีรายได้ประมาณปีละ 14,000 บาท

     - กิจกรรมผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ มีปลานิล ไน ตะเพียนขาว และนวลจันทร์เทศ

     - สาธิตการบริหารแหล่งน้ำเพื่อการประมงและแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน

     - กิจกรรมส่งเสริมและบริการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ จำนวน 32 ราย ในนา 11 ราย ในบ่อแบบผสมผสาน 3 ราย

     - กิจกรรมทดสอบการเลี้ยงปลาในพื้นที่เกษตรน้ำฝน เลี้ยงปลาแบบผสมผสานร่วมกับสุกร ไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลาในนาข้าว

5. งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว ฝึกอบรมอาชีพให้แก่ราษฎร เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเป็นการเพิ่มรายได้

6. งานศึกษา และพัฒนาด้านปศุสัตว์

     - กิจกรรมสาธิตเพื่อพัฒนาด้านปศุสัตว์ โดยการเลี้ยงโค สุกร ไก่ เป็ด

     - กิจกรรมพืชอาหารสัตว์ โดยสาธิตการปลูกพืชอาหารสัตว์ 20 ไร่

     - กิจกรรมส่งเสริมด้านปศุสัตว์ในหมู่บ้าน ส่งเสริมการเลี้ยงโค 11 กลุ่ม

     - กิจกรรมป้องกันกำจัดโรค

7. งานศึกษาและปรับปรุงบำรุงดิน

     - โครงการผลของการเตรียมดิน และการคลุมดินต่อปริมาณความชื้นที่เป็นประโยชน์ต่อถั่วลิสง

     - กิจกรรมถ่ายทอดวิชาการ โดยสาธิตการทำปุ๋ยหมัก 166 ตัน ใช้ปุ๋ยพืชสด 116 ไร่ อนุรักษ์ดิน และน้ำ 224 ไร่ สาธิตการปรับปรุงแปลงนา 154 ไร่ และจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทือง จำนวน 1,100 กิโลกรัม

     - กิจกรรมด้านบริการ ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด การอนุรักษ์ดิน และน้ำและการปรับปรุงแปลงนา 201 ไร่

8. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

     - กิจกรรมป้องกันรักษาป่า

     - กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้

     - กิจกรรมเกษตรป่าไม้ โดยปลูกพืชควบระหว่างพืชเกษตรกับป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้กับการพัฒนาชนบท

     - กิจกรรมอนุรักษ์ต้นน้ำ

     - กิจกรรมบำรุงป่าธรรมชาติเดิมบริเวณต้นน้ำลำธาร

     - กิจกรรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง

     - กิจกรรมสาธิตการแปรรูปไม้เป็นเชื้อเพลิง

     - กิจกรรมส่งเสริมและขยายพันธุ์หวาย และไม้ไผ่ชนิดต่างๆ

     - กิจกรรมปลูกสร้างสวนป่า โดยการปลูกต้นไม้และกิจกรรมควบคุมไฟป่า ได้ดำเนินการรณรงค์ป้องกันไฟป่าและปฏิบัติการดับไฟป่า

9. งานส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการส่งเสริมและแนะนำการปลูกพืชชนิดต่างๆให้เกษตรกร เช่น การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าว ส่งเสริมการสร้างสวนผลไม้พันธุ์ดี แปลงสาธิตการจัดไร่นาสวนผสมและส่งเสริมการปลุกสับปะรดโรงงาน 3 หมู่บ้าน

10. งานส่งเสริมสาธารณสุข ได้ดำเนินการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการจัดหาน้ำสะอาด สร้างส้วมให้ถูกสุขลักษณะ ให้ความรู้ด้านโภชนาการ อนามัยแม่และเด็ก การวางแผนครอบครัวและงานสาธารณสุขอื่นๆ

11. งานบริหารส่วนกลาง ดำเนินงานประสานงาน จัดหาวัสดุอุปกรณ์และอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมต่างๆ

12. งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตร โดยใช้หลักวิชาการให้มากขึ้น

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2537

1. งานชลประทาน

    - บำรุงรักษาระบบชลประทานให้สามารถส่งน้ำแก่แปลงศึกษาและทดลองของกิจกรรมต่างๆ

    - ขุดลอกและซ่อมแซมฝายต้นน้ำลำธาร

2. งานศึกษา และพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

    - จัดระเบียบชุมชน และป้ายทางเข้าหมู่บ้าน ส่งเสริมครอบครัวพัฒนาตัวอย่าง

    - จัดตั้ง และพัฒนาองค์กรประชาชน  โดยจัดตั้งและอบรมกลุ่มออมทรัพย์ ฯลฯ

3. งานศึกษา และพัฒนาเกษตรกรรม

    ดำเนินการศึกษาทดสอบการปลูกพืชต่างๆ เช่น ข้าว , พืชไร่ , พืชสวน , ยางพารา , การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม , การเพาะเห็ด ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในพื้นที่ศูนย์ฯ หมู่บ้านรอบศูนย์

การศึกษา ทดลอง และทดสอบการปลูกพืชต่างๆ ภายในศูนย์ฯ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้ดำเนินการขยายผลการศึกษาฯ ทดลอง โดยการสาธิตการใช้ปุ๋ยพืชสดในพืชไร่

4. งานสาธิตส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

    กิจกรรมสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ ในนา ในกระชัง และวิธีการเลี้ยงปลาโดยวิธีให้ปุ๋ยคอก และอาหารเสริม

5. งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว การตัดเย็บเสื้อผ้า , การทำผลิตภัณฑ์กระดาษอัด , การทำผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ , ช่างซ่อมเครื่องยนต์และจักรยานยนต์ , การทอผ้ามัดหมี่ด้วยกี่กระตุก , การย้อมสีฝ้ายและไหม , การตีเหล็ก , การทำผ้าบาติก ,     การทำเครื่องเรือนไม้ไผ่ , การทำผลิตภัณฑ์จากเชือกกล้วย , การจักสานไม้ไผ่ และช่างเชื่อมโลหะ

6. งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์

    - กิจกรรมศึกษา ทดลอง เปรียบเทียบ การเลี้ยงโคนมเพศเมีย สายพันธุ์ชาโรเลห์ , อเมริกันบราห์มัน , ชิลเมนทอล และโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน การเลี้ยงโคเนื้อ (โคน้อมเกล้าฯ ถวาย) และการทดลองใช้ผักบุ้ง เลี้ยงสุกรเพื่อเปรียบเทียบกับอาหารสูตรต่างๆ

7. งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

       - ทำการวิจัย 10 เรื่อง ในด้านต่างๆ คือ การจัดการวัสดุคลุมดิน การใช้ปุ๋ยพืชสดจำพวกปอเทียงเตี้ย และพืชตระกูลถั่ว วิธีการจัดปลูกหญ้าแฝก และหญ้ารูซีเป็นแนวตักตะกอนดิน การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการศึกษาลักษระของดินลูกรังที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

8. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

       - กิจกรรมป้องกันรักษาป่า

       - กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้

       - กิจกรรมวนเกษตร

       - กิจกรรมอนุรักษ์ต้นน้ำ

       - กิจกรรมบำรุงป่าธรรมชาติเดิม บริเวณต้นน้ำลำธาร

       - กิจกรรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง

       - กิจกรรมสาธิตการแปรรูปไม้เป็นเชื้อเพลิง

       - กิจกรรมส่งเสริมขยายพันธุ์ไม้ไผ่ และหวายดง

       - กิจกรรมปลูกสร้างสวนป่า

       - กิจกรรมควบคุมไฟป่า รณรงค์ป้องกันไฟป่า และปฏิบัติงานดับไฟ

9. งานส่งเสริมการเกษตร

       - ส่งเสริมการปลูกพืชในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตข้าว

       - กิจกรรมส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

10. งานส่งเสริมสาธารณสุข

       - กิจกรรมปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และการจัดหาน้ำสะอาด จัดตั้งกองทุนหมุนเวียนในการสร้างส้วมให้ถูกสุขลักษณะ

       - กิจกรรมอบรมด้านสาธารณสุข ให้ความรู้ด้านโภชนาการ อนามัยแม่และเด็ก

       - กิจกรรมสวนสาธิตสมุนไพร จัดสร้างเรือนเพาะชำ เพื่อขยายพันธุ์ให้แก่ประชาชน

11. งานบริหารส่วนกลาง ประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ฯ

การจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นและรวบรวมผลงานศึกษา วิจัย เพื่อจัดพิมพ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน

ประโยชน์ของโครงการ

ทำให้เกษตรกรในหมู่บ้านบริวารประมาณ 14 หมู่บ้าน ราษฎร จำนวน 1,636 ครัวเรือน หรือ 10,876 คน ได้มีการค้นคว้า และเรียนรู้เทคโนโลยี และวิชาการสมัยใหม่ทางด้านการเกษตร เพื่อนำไปปรับปรุงและแก้ไขการทำมาหากินเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น

ได้ก่อสร้างโรงอบพลังแสงอาทิตย์ เพื่อใช้เป็นสถานที่อบแผ่นยางพาราให้แห้ง

12. งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้ด้านวิชาชีพ ฝึกอบรม จำนวน 1,200 คน และสาธารณะ

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2538

1. งานชลประทาน

    - บำรุงรักษาระบบชลประทานให้สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่แปลงศึกษา

    - ซ่อมแซมฝายต้นน้ำลำธาร (Check Dam) และปลูกหญ้าแฝกในบริเวณรอบศูนย์ฯ

    - อำนวยความสะดวกประสานงาน และบริหารโครงการ

2. งานศึกษา และพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

    - จัดระเบียบชุมชน โดยจัดทำป้ายชื่อคุ้ม ป้ายคำขวัญ สร้างอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนาตาล ส่งเสริมครอบครัวพัฒนาตัวอย่าง

    - จัดตั้ง และพัฒนาองค์กรประชาชน  โดยจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุบ้านนานกเค้ากลุ่มออมทรัพย์ สนับสนุนอาชีพกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ส่งเสริมอาชีพปลูกพืชไร่บ้านนางอย

3. งานศึกษา และพัฒนาเกษตรกรรม

    ในรอบปีงบประมาณ 2539 ได้ดำเนินการทดสอบการปลูกพืชต่างๆ

    - กิจกรรมข้าว

      1) ด้านพันธุ์ข้าว

      2) ด้านการปรับปรุงวิธีการผลิต

      3) การปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ปลอดสารอันตราย

          - กิจกรรมพืชไร่

          - กิจกรรมพืชสวน ศึกษา และทดสอบ

          - กิจกรรมหม่อนไหม

          - กิจกรรมวิจัยและเพาะเห็ด

          - กิจกรรมยางพารา

          - กิจกรรมระบบการทำฟาร์ม

     4) แปลงสาธิตระบบเกษตรผสมผสาน พื้นที่ 8 ไร่

          - กิจกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  ศึกษาและทดสอบการผลิตวุ้นเส้นจากถั่วเขียว และถั่วพุ่ม

          - งานเกษตรอาศัยน้ำฝน 47 ไร่

4. งานสาธิตส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

    1) งานสาธิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

    2) งานผลิตพันธุ์ปลา

    3) งานส่งเสริมและบริการเพาะเลี้ยงปลา

    4) งานฝึกอบรมการเกษตร

    5) งานสาธิตการบริหารแหล่งน้ำเพื่อการประมง

    6) โครงการขยายผลสู่หมู่บ้านบริวารของศูนย์ฯ

        6.1 แผนงานการพัฒนาหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และหมู่บ้านอื่นๆ

        6.2 แผนงานจัดประชุม สัมมนาทางวิชาการ

ประโยชน์ของโครงการ

จะช่วยให้เกษตรกรในเขตหมู่บ้านบริวาร ประมาณ 15 หมู่บ้าน จำนวน 2,017 ครัวเรือน 9,963 คน ได้มีการค้นคว้า และเรียนรู้เทคโนโลยีวิชาการสมัยใหม่ทางด้านการเกษตร เพื่อนำไปปรับปรุงและแก้ไขการทำมาหากินให้ดีขึ้น

การพัฒนาหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ได้มีการส่งเสริมชาวบ้านปลูกข้าวโพด แตงโม มันเทศ

มะขามหวาน มะม่วง ลำใย ลิ้นจี่ และเลี้ยงเป็ดเทศ ไก่ ห่าน ปลา

     7) การทดลองเพาะเลี้ยงปลาช่อน

5. งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับราษฎรในหมู่บ้านรอบๆ ศูนย์ เช่น การทำผ้าบาติก การตัดเย็บเสื้อผ้า ย้อมสี ผลิตภัณฑ์จากเส้นใย (แฝก)

6. งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์

    - ภายในศูนย์ ดำเนินการ 11 กิจกรรม

      1) สาธิตการเลี้ยงโคนม 7 ตัว

      2) ทดลองเลี้ยงโคลูกผสม

      3) เลี้ยงโคทิชชัง

      4) เลี้ยงสุกรเหมยซาน

      5) เลี้ยงเป็ดเทศ

      6) เลี้ยงเป็ดไข่

      7) เลี้ยงไก่พื้นเมือง

      8) เลี้ยงไก่ป่า

      9) ปลูกพืชอาหารสัตว์

      10) ฝึกอบรมการเลี้ยงสัตว์

      11) งานศึกษาทดลอง ปลูกผักเลี้ยงสุกรเหมยซาน ปลูกผักขมเลี้ยงเป็ดเทศ

            - งานส่งเสริมในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ 7 กิจกรรม

               1) ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเพิ่มรายได้

               2) โครงการเลี้ยงสุกรเหมยซาน

               3) โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมือง

               4) ส่งเสริมพืชอาหารสัตว์

               5) การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเลี้ยงสัตว์ให้แก่เกษตรกรรายย่อย

               6) การบริการป้องกันและรักษาโรคสัตว์

               7) การบริการผสมเทียม

7. งานศึกษา และพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

    - กิจกรรมถ่ายทอดวิชาการ สาธิตการทำปุ๋ยหมัก

    - กิจกรรมด้านบริการ (ส่งเสริมและเผยแพร่)

    - กิจกรรมบริการทางวิชาการด้านดินและปุ๋ย

    - ขยายผลสู่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

8. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

    - กิจกรรมป้องกันรักษาป่า

    - กิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ ดำเนินการเพาะชำกล้าไม้ชนิดต่างๆ จำนวน 580,000 กล้า

    - กิจกรรมวนเกษตร ดำเนินการปลูกพืชเกษตรควบคู่กับการปลูกต้นไม้แบบผสมผสานในพื้นที่ดำเนินการ 18 ไร่

    - กิจกรรมอนุรักษ์ต้นน้ำ ปรับปรุงพื้นที่ต้นน้ำลำธารในเขตรับผิดชอบและบำรุงรักษาแปลงสาธิตการปลูกพืชไร่ระบบเกษตร-ป่าไม้

    - กิจกรรมบำรุงป่าธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่ 200 ไร่

    - กิจกรรมส่งเสริมการปลูกไม้ไผ่และหวายดง

    - กิจกรรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงครั่ง

    - กิจกรรมศึกษาทางด้านพลังงาน

    - กิจกรรมบำรุงรักษาสวนป่าเดิม ครอบคลุมพื้นที่ 400 ไร่

    - กิจกรรมควบคุมไฟป่า รณรงค์ป้องกันไฟป่า และปฏิบัติงานดับไฟป่า

9. งานส่งเสริมการเกษตร

10. งานส่งเสริมสาธารณสุข

    - กิจกรรมด้านสาธารณสุข การผลิตยาสมุนไพร และการนวดไทย

11. งานบริหารส่วนกลาง ดำเนินการประสานงาน ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้แก่กิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ

12. งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้ด้านวิชาชีพ 2539 แก่เกษตรกร ในด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ อุตสาหกรรมในครัวเรือน ปรับปรุงบำรุงดินและสาธารณสุข

                สระน้ำที่ขุดให้แก่ราษฎรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ จังหวัดสกลนคร                  การปลูกถั่ว เพื่อเป็นปุ๋ยพืชสดในการปรับปรุงบำรุงดิน

             ซึ่งเป็นการขยายผลตามทฤษฎีใหม่ (บ้านหนองไผ่) ไปสู่ราษฎร

                          แปลงทดสอบการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105                       แปลงทดสอบการปรับปรุงบำรุงดินหลังการปรับรูปแปลงนา

                     ปลอดสารอันตรายในพื้นที่ของราษฎรบ้านนานกเค้า                     เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวในพื้นที่ของราษฎรบ้านนานกเค้า

ศูนย์ภูพานฯ ได้แนะนำเกษตรกรบ้านม่วงให้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน

มีการปลูกพืชจำพวกข้าวโพด แตงโม มันเทศ ไม้ผล ควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงปลา

การประชุมทางวิชาการเรื่อง สรุปผลรวมการศึกษา วิจัย ทดลอง และแนะแนวทาง

การขยายผลสู่ราษฎรของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม 2538

โดยมีรักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานในพิธีเปิด

                              ผลผลิตของกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ                            นิทรรศการเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินงานภายในศูนย์ฯ

                         ที่นำมาแสดงในบริเวณที่จัดแสดงนิทรรศการฯ

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2539

1. งานชลประทาน

    - บำรุงรักษาระบบชลประทานให้สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่แปลงศึกษา

    - ด้านสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา

    - ขุดลอกและซ่อมแซมฝายต้นน้ำลำธาร 28 แห่ง

    - ก่อสร้างเรือนเพาะชำโครงการศูนย์ฯ 1 แห่ง โรงรถ 1 แห่ง

2. งานศึกษา และพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

    - จัดระเบียบชุมชน โดยจัดทำป้ายชื่อคุ้ม ป้ายคำขวัญ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมชุมชน ปลูกรั้วกินได้

    - จัดตั้ง และพัฒนาองค์กรประชาชน  ตั้งคณะกรรมการเยาวชน และคณะกรรมการสตรีจัดตั้งธนาคารข้าว 15 แห่ง สาธิตการตลาด 9 แห่ง สนับสนุนกลุ่มอาชีพต่างๆ

3. งานศึกษา และพัฒนาเกษตรกรรม

   ได้ดำเนินการทดสอบการปลูกพืชต่างๆ เช่น ข้าว พืชไร่ พืชสวน  ยางพารา การปลุกหม่อนเลี้ยงไหม การเพาะเห็ดในรูปแบบต่างๆ ทั้งในพื้นที่ศูนย์ฯ หมู่บ้านรอบศูนย์เพื่อนำเอาความรู้นำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง

4. งานสาธิตส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

    1. งานสาธิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด

    2. งานผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ

    3. งานฝึกอบรมเกษตรกร

    4. งานส่งเสริมและบริการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    5. งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว

    6. งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์

    7. งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

    8. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

    9. งานส่งเสริมการเกษตร

    10. งานส่งเสริมสาธารณสุข

    11. งานบริหารส่วนกลาง

    12. งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2540

1. การศึกษาทดลอง วิจัย ค้นคว้า

    - งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม   ได้แก่  กิจกรรมข้าว  กิจกรรมพืชไร่  กิจกรรมพืชสวน กิจกรรมหม่อนไหม  กิจกรรมวิจัยและเพาะเห็ด  กิจกรรมยางพารา  กิจกรรมแปรรูปผลิตผลการเกษตร  กิจกรรมระบบเกษตรผสมผสาน  กิจกรรมระบบเกษตรยั่งยืน

    - งานศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

    - งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์

    - งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้

    - งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

2. การขยายผลการศึกษา

    - การนำผลการศึกษา ทดสอบที่เหมาะสมเผยแพร่สู่ราษฎรในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  ได้แก่ กิจกรรมข้าว  กิจกรรมพืชไร่  กิจกรรมพืชสวน  กิจกรรมหม่อนไหม่    กิจกรรมวิจัยและเพาะเห็ด  กิจกรรมยางพารา  งานส่งเสริมการเกษตร  งานส่งเสริมสาธารณสุข

3. แผนงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่

  - งานจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เผยแพร่ และให้ความรู้แก่ผู้เข้ามาศึกษาดูงาน

  - งานจัดทำสารคดี วิดีโอทัศน์ เพื่อการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการฯ

  - งานเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการของกิจกรรมภายในศูนย์

ประโยชน์ของโครงการ

การดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา  ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านงานศึกษา วิจัย ค้นคว้าจนได้ผลการศึกษาที่เหมาะสม เพื่อการเกษตรและการประกอบอาชีพของราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะงานขยายผลการศึกษา ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ราษฎรสามารถนำตัวอย่างหรือรูปแบบที่ดีเหล่านี้ไปใช้ปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งสามารถได้ผลปรากฏชัดเจนแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ อาทิเช่น ราษฎรที่ได้รับส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ จะมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 4,000 บาท หรือราษฎรที่จัดระบบการเกษตรแบบผสมผสาน จะมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 7,000 บาทต่อปี หรือการนำรูปแบบทฤษฎีใหม่ไปปฏิบัติในที่ดินของนายชาญโชค  พันธุลา  ที่ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพขึ้นปีละประมาณ 25,000-35,000 บาท

การทดสอบปลูกข้าวพันธ์ดี ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งได้ผลผลิต    การทดสอบหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพาะปลูกพืชไร่ ได้แก่

405 กิโลกรัม/ไร่ และพันธ์หอมภูพานฯ ไห้ผลผลิต 483 กิโลกรัม/ไร่         ข้าวโพด จนสามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 6000-7,000 ฝัก/ไร่

การศึกษาทดสอบยางพันธุ์ดี 3 พันธุ์ คือ PR255 RRIM600 และ GT1      สวนยางพาราที่ปลูกเมื่อปี 2538 และเจริญเติบโตจนสามารถ

    ให้ผลผลิตน้ำยางเท่ากับ 228 189 และ 312 กิโลกรัม/ไร่                        เปิดกรีดน้ำยางในปี 2536 ที่ระดับความสูง 120 เมตร

                 ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำยางของทางภาคใต้

ลูกสุกรพันธ์เหมยซาน จากการเลี้ยงแม่สุกรเหมยซาน สามารถให้ลูก        การปลูกพืชตระกูลถั่ว เพื่อปรับปรุงบำรุงดินในแปลงพืชไร่หรือนาข้าว

ได้รุ่นละ 10-13 ตัว เมื่ลูกสุกรอายุได้ 45-60 วัน สามารถขายได้ราคา                               เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน

                 ตัวละ 200-300 บาท เป็นรายได้เสริมแก่เกษตรกร

 

แปลงข้าวพื้นที่ 6 ไร่ ตามรูปแบบทฤษฎีใหม่ของนายชาญโชค พันธุลา           สระน้ำขนาด 1 ไร่เศษ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก

         ซึ่งจะได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิมปีละประมาณ 40-50 ถัง                 และเลี้ยงปลาตะเพียนขาวจำนวน 6,000 ตัว ได้ผลผลิต

                                                                                                                                        น้ำหนักปลา500-800 กิโลกรัมต่อรุ่น

 

ผลการดำเนินงานปี 2541

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ มีผลการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ

1. การศึกษา ทดลอง ค้นคว้า

    1.1 งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม ศึกษาทดสอบ

          -กิจกรรมข้าว พบว่า พันธ์ที่ให้ผลผลิตดี คือ เจ้าแดง สุพรรณบุรี และขาวดอกมะลิ

          -กิจกรรมพืชไร่ ศึกษาปรับปรุงดิน เพื่อการผลิตข้าวโพด ถั่วลิสงแบบยั่งยืน

          -กิจกรรมพืชสวน ศึกษาความเป็นไปได้ในการปลูกมะกอก จำนวน 16 สายพันธุ์

          -กิจกรรมเพาะเห็ด ศึกษาการเพาะเห็ดหอม

          -กิจกรรมยางพารา ทดสอบการปลูกยางพันธุ์ PR255 RRIM600 GT1

          -กิจกรรมระบบเกษตรแบบผสมผสาน ศึกษาผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจ พบว่าระบบการปลูกข้าว พืชผัก ได้แก่บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี สลัดแก้ว ผักกาดแก้ว ให้กำไรสูงสุด

2. การขยายผลการศึกษา

3. งานบริหารและพัฒนาด้านอื่นๆ

ประโยชน์ของโครงการ

สำนักงาน กปร. ได้ดำเนินการประเมินผลงานของโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ โดยศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ทั้งข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน และจากการสัมภาษณ์หัวหน้าจาก 12 หน่วยงานหลัก พร้อมทั้งราษฎรตัวอย่างจากหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ จำนวน 216 ครัวเรือน ซึ่งได้สรุปที่ชัดเจนดังนี้

1. จากการสุ่มตัวอย่างข้อมูลหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ พบว่า มีรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนเท่ากับ 36,552 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าเส้นความยากจนเฉลี่ยในชนบทของปี 2539 แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเพียง 8,300 บาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยรายได้ต่อหัว ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน (จปฐ.) อย่างไรก็ตาม จากกลุ่มตัวอย่าง พบว่า มีสภาพความยากจนในครัวเรือน เพียงร้อยละ 18

2. ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ พบว่า ครัวเรือนในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น โดยเฉพาะมีน้ำอุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอถึงร้อยละ 91 และมีน้ำเพื่อการเกษตรเพียงร้อยละ 47 ดีกว่าระยะแรกก่อนเริ่มโครงการฯ ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างมาก

3. จากการประเมินระดับคุณภาพชีวิตระดับชุมชน โดยศึกษาจากข้อมูล กชช. 2ค และข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) พบว่า ราษฎรในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ มีค่าดัชนีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 0.6 ในปี 2535 เป็น 0.8 ในปี 2539 แต่ยังมีบางหมู่บ้านที่ยังมีเกณฑ์คุณภาพชีวิตในระดับต่ำ ได้แก่ บ้านลาดสมบูรณ์ บ้านม่วงและบ้านขอน

โดยสรุปแล้ว การดำเนินงานกว่า 13 ปี ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้ก่อประโยชน์ด้านงานศึกษา ทดลอง เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรที่เหมาะสมของสภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอดคล้องตามพระราชดำริที่ต้องการให้เป็น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ที่ราษฎรสามารถเข้ามาหาความรู้ และนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง เพื่อพัฒนาอาชีพ และรายได้ให้ดีขึ้นต่อไป

          แปลงสาธิตพันธ์ข้าวที่เหมาะสม                                 แปลงทดลองปลูกมะกอกน้ำมันในพื้นที่ 2 ไร่

การเลี้ยงปลาในบ่อครัวเรือน                                          การบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยพืชสด

        แปลงหม่อนในพื้นที่เกษตรน้ำฝน                                    การเพาะเห็ดจากวัสดุหาง่ายในท้องถิ่น

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2542

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ มีผลการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ

1. การศึกษา ทดลอง ค้นคว้า

ศึกษาค้นคว้าวิธีการที่เหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งในการเกษตรกรรม การประมง การปศุสัตว์ การพัฒนาป่าไม้และการปรับปรุงบำรุงดิน ซึ่งมีผลการศึกษาในปี 2542 ดังนี้

1.1 งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม

  - กิจกรรมข้าว

  - กิจกรรมพืชไร่

  - กิจกรรมพืชสวน

  - กิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

  - กิจกรรมยางพารา

  - กิจกรรมเพาะเห็ด

  - กิจกรรมเกษตรแบบยั่งยืน

  - กิจกรรมแปรรูปผลิตผลการเกษตร

1.2 งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์

1.3 งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ มีหลายกิจกรรม ดังนี้

  - กิจกรรมวนเกษตร

  - กิจกรรมอนุรักษ์ต้นน้ำ

  - งานศึกษาด้านนิเวศวิทยาป่าไม้

1.4 งานสาธิตส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง

1.5 งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

2. การขยายผลการศึกษา

 ในการขยายผลการศึกษาได้นำรูปแบบ วิธีการที่เหมาะสมหรือประสบผลสำเร็จดังกล่าว ไปเผยแพร่ สาธิต ส่งเสริมและสนับสนุนแก่ราษฎร เพื่อให้ราษฎรนำตัวอย่างที่ดีเหล่านี้ไปใช้ปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง โดยมีพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

 - พื้นที่แปลงสาธิตในศูนย์ศึกษา

 - พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ

 - พื้นที่ศูนย์สาขา 3 แห่ง

 - พื้นที่หมู่บ้านอื่นๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 3. การบริหารและประสานงาน

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2548

.  ด้านการศึกษา ทดลอง วิจัย

การศึกษา ทดลอง วิจัยที่มีการสรุปผลแล้ว คือ พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ที่มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค ซึ่งได้มีการสาธิตและนำไปส่งเสริมแนะนำให้แก่เกษตรกร พันธุ์พืช ได้แก่ ข้าวอุบล ๒ สันป่าตอง ๑ ปทุมธานี ๑ ถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน ๙ ถั่วเขียวพันธุ์ชัยนาท ๗๒ ถั่วพุ่ม ข้าวโพดเทียน ข้าวโพดฝักอ่อน มะม่วง ศก.๐๐๙ มะขาม ศก.๐๑๙ ลิ้นจี่ นพ ๑ ยางพันธุ์ PR ๒๕๕ เห็ดขอนขาว เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู เห็ดเป๋าฮื้อ พันธุ์สัตว์ ได้แก่ โคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง สุกรพันธุ์เหมยซาน เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี ไก่ตำหวง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเวียดนาม พันธุ์ปลา ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาไน ปลายี่สกเทศ ปลานวลจันทร์ ปลานิล เป็นต้น

                        การศึกษา ทดลอง วิจัยที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มีดังนี้

- ด้านป่าไม้ ได้แก่ การวิจัยการเปลี่ยนแปลงสังคมพืชหลังสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น การวิจัยประสิทธิภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพันธุ์ไม้ป่าธรรมชาติและสวนป่า การวิจัยลักษณะการไหลของน้ำจากป่าธรรมชาติ การศึกษาสำรวจพันธุ์พืชท้องถิ่นเพื่อรวบรวมไว้ในแปลงอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

- ด้านการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่า ศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น นกยูง  ไก่ฟ้าพญาลอ  ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าหลังเทาแข้งแดง ไก่ฟ้าหลังขาวหูขาว นกเขา นกแก้วโม่ง เก้ง เนื้อทราย เป็นต้น  และปลูกพืชอาหารสัตว์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการศึกษาเพื่ออนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวแล้ว ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างป่าและสัตว์ป่าตามสภาพธรรมชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย โดยมีเป้าหมายในการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นไป เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมดุลและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

งานศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง

เช่น นกยูง ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟ้าหลังขาว  เก้ง เนื้อทราย ฯลฯ

- ด้านพืช

                     ๑) ศึกษาทดลองการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพในการผลิตมังคุดอินทรีย์มีผลการทดลองปีแรก พบว่า มีการเจริญเติบโตด้านความสูง โดยเฉลี่ย ๔.๐๘ เมตร ขนาดทรงพุ่มกว้าง โดยเฉลี่ย ๓.๗๒ เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางโคนต้น โดยเฉลี่ย ๑๐.๙๘ เซนติเมตร

                    ๒) ศึกษาทดลองการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพในการผลิตลองกองอินทรีย์ ในปีแรกพบว่ามีการเจริญเติบโตด้านความสูง เฉลี่ย ๓.๗๐ เมตร มีขนาดทรงพุ่มกว้าง เฉลี่ย ๓.๑๒ เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางโคนต้น เฉลี่ย ๘.๓๑ เซนติเมตร การให้ผลผลิตพบว่าให้ผลผลิตเพียงเล็กน้อย จากลองกอง ๒ ต้น ให้ผลผลิต ๙.๓๐ กิโลกรัม

                    ๓) ศึกษาทดลองการปลูกสบู่ดำ พืชพลังงานทดแทนน้ำมัน โดยเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ผลผลิต ระหว่างสายพันธุ์ต่าง ๆ สภาพพื้นที่การปลูกเปรียบเทียบที่ดอนกับที่ลุ่ม และเปรียบเทียบระยะห่างของการปลูกที่เหมาะสม เริ่มปลูกเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๘ ขณะนี้เริ่มออกผลผลิตบ้างแล้ว โดยอยู่ระหว่างการเก็บบันทึกข้อมูล

แปลงศึกษาทดลองการปลูกสบู่ดำในบริเวณแปลงพืชไร่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ

- ด้านปศุสัตว์

                    ๑) ศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์ ได้แก่ สุกรสายพันธุ์ “ภูพาน” โดยพัฒนาจากจุดเด่นของสุกร ๓ สายพันธุ์ คือ พันธุ์เหมยซาน พันธุ์พื้นเมือง และพันธุ์ดูร็อกเจอร์ซี่  ให้มีลักษณะขนาดกะทัดรัด  ให้ลูกดก  เลี้ยงง่าย  มันน้อยและเนื้อแดงมาก ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ทนต่อโรค ขณะนี้อยู่ในรุ่นที่ ๓ ซึ่งผลการเจริญเติบโตพบว่ามีคุณลักษณะตามความต้องการของเกษตรกรที่จะสามารถนำมาส่งเสริมการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในอนาคต นอกจากนี้ได้เริ่มทดลองขยายพันธุ์โคเนื้อสายพันธุ์ทาจิมะ ซึ่งเป็นโคที่รัฐบาลญี่ปุ่นน้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นโคขุนที่มีความพิเศษในเรื่องรสชาติที่รู้จักกันดีในชื่อเนื้อโกเบ หากศึกษาทดลองจนสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงได้ จะเป็นลู่ทางเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี

โคพันธุ์ทาจิมะที่รัฐบาลญี่ปุ่นน้อมเกล้าฯ ถวาย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

                    ๒) ศึกษาพลังงานทดแทนโดยใช้ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ ซึ่งเป็นวงจรของระบบน้ำและมูลสัตว์จากคอก โดยให้ไหลตามราง เข้าสู่บ่อหมักซึ่งของเสียที่ผ่านการหมักแล้วจะให้ก๊าซชีวภาพที่สามารถจุดไฟและให้ความร้อนได้ สำหรับกากของมูลสัตว์ที่เหลือจากการหมักแล้วสามารถนำไปเป็นปุ๋ยใช้ประโยชน์ในการปลูกพืช หรือตากแห้งเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายโดยใช้พลังงานทดแทนอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร

บ่อก๊าซชีวภาพภายในศูนย์ฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทาง

เช่น ใช้จุดตะเกียงให้แสงสว่าง ใช้จุดเครื่องกกให้ความอบอุ่นลูกสัตว์

ตู้ฟักไข่ด้วยพลังงานความร้อนจากก๊าซชีวภาพ

.  ด้านการส่งเสริมและขยายผลการพัฒนา                 

๒.๑     การดูแลรักษาป่า    ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาป่า โดยการจัดตั้งคณะทำงานป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าแบบบูรณาการ ที่มีการร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยการคัดเลือกประชาชนหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และมอบให้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ป่า โดยปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ฯ ในการประชาสัมพันธ์ ตรวจลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจควบคุมการเข้าป่า เพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ควบคุมการเกิดไฟป่า อย่างไรก็ตาม จากการที่ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการดูแลรักษาป่าดังกล่าว ทำให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างราษฎรและเจ้าหน้าที่ลดลง  ราษฎรเข้าใจและให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าการเผาป่าลดลงจากเดิม (เมื่อปี ๒๕๔๗ มีไฟไหม้ป่า พื้นที่ ๓๑๓.๕ ไร่) ทำให้ไม่ปรากฏไฟไหม้พื้นที่ป่าดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ เป็นต้นมา

๒.๒   การส่งเสริมการปลูกป่า    ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ และไม้ผล เช่น ไผ่ หวายดง เม่า มะกรูด มะนาว ฯลฯ  โดยกล้าหวายเป็นที่นิยมของเกษตรกร ซึ่งนำไปปลูกแซมกับพืชอื่นไว้สำหรับบริโภค ส่วนต้นเม่าได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีตลาดรับซื้อผลนำไปทำน้ำหวานและไวน์ นอกจากนี้ยังได้เพาะชำกล้าไม้ป่า ไม้ท้องถิ่น โดยส่งเสริมราษฎรให้กระจายพันธุ์และปลูกไว้ใช้สอยในครัวเรือนให้มากขึ้นตามแนวพระราชดำริ ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง และเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มปลูกพืชพลังงานทดแทน ได้แก่ สบู่ดำ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของชุมชนในอนาคต ตลอดจนรณรงค์ให้หน่วยงานราชการ  วัด  โรงเรียน จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในโอกาสวันสำคัญต่าง ๆ ตามแนวทางปลูกต้นไม้ในใจคน

๒.๓ การปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ โดยใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นการจัดแสดงสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากร สังคม บริเวณเทือกเขาภูพาน โดยจัดทำป้ายสื่อความหมายตามเส้นทางในพื้นที่ป่าของศูนย์ฯ มีวัตถุประสงค์ให้ผู้สนใจได้รับความรู้พร้อมกับความเพลิดเพลินในการชมธรรมชาติ ตลอดจนเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่าให้ยั่งยืน ตามแนวทางการท่องเที่ยวเชิงพัฒนา ซึ่งมีเยาวชนผู้สนใจมาเดินชมและจัดเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๔๗ ประมาณ ๗,๒๘๐ คน

๒.๔ การพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

-  ส่งเสริมการปลูกแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดินบริเวณโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ศูนย์ฯ ได้แก่ ริมถนนทางเข้าศูนย์ฯ แหล่งน้ำสาธารณะ สระน้ำของเกษตรกร ทำให้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและรักษาหน้าดินไว้ได้

-  ส่งเสริมการทำและการใช้ปุ๋ยหมัก การทำและการใช้ปุ๋ยพืชสด โดยใช้พื้นที่การเกษตรหลังฤดูเก็บเกี่ยวของราษฎรเป็นพื้นที่สาธิต ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้าวที่ปลูกในแปลงปุ๋ยพืชสดมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่สูงกว่าข้าวในแปลงใกล้เคียงเป็นตัวอย่างของการลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต

 -  อบรมและร่วมกับเกษตรกรปรับปรุงแปลงปลูกพืชและวางผังการใช้ที่ดินทำให้สามารถควบคุมการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

๒.๕ การแปรรูปผลผลิตการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรแปรรูปผลผลิตการเกษตร ได้แก่ การทำขนมจากถั่วเขียว การทำซีอิ๊วจากถั่วเขียว การผลิตน้ำตาลจากอ้อย การทำวุ้นเส้นจากถั่วเขียว การผลิตข้าวเกรียบจากมันสำปะหลัง การทำขนมจากถั่วลิสง การผลิตกล้วยฉาบ เป็นต้น

๒.๖  การเลี้ยงสัตว์

            ๑) ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ไก่ดำสายพันธุ์ “ภูพาน”  ไก่เนื้อสายพันธุ์ภูพาน ไก่ตำหวง ไก่งวงพันธุ์เบลท์สมอลไวท์ เป็ดเทศสายพันธุ์กบินทร์บุรี โดยสร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบปิด สาธิตให้เกษตรกรนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อป้องกันการติดต่อของไข้หวัดนก รวมทั้งส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง สุกรพันธุ์เหมยซาน ซึ่งได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ใช้วิธีส่งเสริมแบบให้ยืมพันธุ์สัตว์ โดยสมาชิกกลุ่มจะต้องคืนลูกสัตว์เท่ากับจำนวนที่ยืมไป เพื่อนำไปส่งเสริมแก่สมาชิกกลุ่มรายต่อไป

โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบปิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดนก

           ๒) ส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทำแปลงพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ หญ้าคิงเนเปียร์ กินนีสีม่วง ลูกผสมรูซี่ แพงโคล่า ซึ่งใช้วิธีการจัดการแปลงหญ้าแบบประณีตโดยใช้ระบบชลประทาน  ทำให้ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาเกษตรกรที่เคยประสบปัญหาปริมาณอาหารสัตว์ขาดแคลนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปซื้อหญ้าเลี้ยงสัตว์จากที่อื่น

๒.๗   การประมง ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสามารถในการผลิตพันธุ์ปลา และเพาะเลี้ยงปลา โดยมุ่งเน้นปลากินพืชที่เลี้ยงง่าย เช่น ปลาตะเพียนขาว  ปลาไน  ปลายี่สกเทศ  ปลานวลจันทร์  ปลานิล  ปลานิลแปลงเพศ  โดยคัดเลือกจากเกษตรกรที่มีสระน้ำในที่ดินของตนเอง นอกจากนี้นำไปส่งเสริมให้ สระน้ำของโรงเรียนตามโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปลาดุกและกบในบ่อซีเมนต์

๒.๘  การปรับปรุงพื้นที่ ๔๗ ไร่ เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานของเกษตรกร  พื้นที่ ๔๗ ไร่ เดิมดำเนินการศึกษาทดสอบการเกษตรแบบธรรมชาติใช้น้ำฝน โดยแบ่งเป็นแปลงปลูกป่าและไม้ผลในพื้นที่ลาดชัน แปลงกิ่งพันธุ์ไม้ผล แปลงปลูกแฝก แปลงทฤษฎีใหม่ และพื้นที่ส่วนหนึ่งจัดทำเป็นแปลงทดสอบมะกอกน้ำมันโครเอเชีย ในปี ๒๕๔๘ ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากแปลงปลูกพืชต่างๆมีสภาพทรุดโทรม เพราะดินไม่ดีและมีปัญหาขาดแคลนน้ำโดยการปรับปรุงบำรุงดิน ระบบการให้น้ำพืช ปลูกเสริมพืชสมุนไพร ทำป้ายสื่อความหมายและทางเดินชมพรรณไม้บริเวณแปลงป่าไม้ ส่วนแปลงทฤษฎีใหม่ที่เดิมจ้างลูกจ้างดูแลเปลี่ยนเป็นมอบให้เกษตรกรทำกินโดยเก็บผลผลิตเป็นของตัวเองและบันทึกข้อมูลรวมทั้งเป็นวิทยากรบรรยายให้แก่เกษตรกรที่มาดูงานของศูนย์ฯ ในลักษณะเกษตรกรตัวอย่าง

๒.๙ การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโยโลยี ดำเนินการฝึกอบรมให้เกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และประชาชนทั่วไป จำนวน ๙๘๖  คน  ตามหลักสูตรการประกอบอาชีพต่าง ๆ   ได้แก่  การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม  อุตสาหกรรมในครัวเรือน  การเลี้ยงสัตว์ทั่วไป  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดขั้นพื้นฐาน  การเพาะเห็ด  การพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร  การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม  การนวดเพื่อสุขภาพ  บัญชีฟาร์ม  การปลูกยางพารา  การเลี้ยงโคเนื้อ  การเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ นาหญ้าและเสบียงสัตว์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การอบรมยุวชลกร ซึ่งเป็นการให้ความรู้เยาวชนเกี่ยวกับงานด้านชลประทาน และการอบรมกลุ่มผู้ใช้น้ำ เป็นต้น

นอกจากนี้ในรอบปี ๒๕๔๘ มีเกษตรกรผู้สนใจเดินทางมาศึกษาดูงานศูนย์ภูพานฯ จำนวน ๒๒,๑๒๘  คน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา

การฝึกอบรมอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน สามารถผลิตออกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมสำหรับเกษตรกร เช่น กระเป๋า หมอน ชาหม่อน มูลี่ กล่องใส่กระดาษเช็ดหน้า ฯลฯซึ่งเมื่อคราวที่รัฐมนตรีประเทศต่าง ๆ เดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯได้ซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านจนไม่เพียงพอที่จะจำหน่าย

แนวทางการดำเนินงานต่อไป

 ๑)        เน้นรูปแบบการมีส่วนร่วมของเกษตรกรให้มากขึ้น เช่น การขุดสระน้ำโดยเกษตรกรร่วมสมทบเงิน ส่งเสริมการเลี้ยงปลา โดยเกษตรกรเป็นผู้จัดทำบ่อปลาเอง ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรเป็นผู้จัดทำคอกสัตว์เอง  เป็นต้น

 ๒)       นำผลการศึกษาทดลองด้านพลังงานทดแทนได้แก่ การใช้ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ การใช้น้ำมันสบู่ดำกับเครื่องจักรกลการเกษตรไปส่งเสริมให้กว้างขวางมากขึ้น

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2549

1.     ด้านการศึกษา  ทดลอง  วิจัย

ดำเนินการศึกษา  ทดลอง  วิจัย  และแสวงหารูปแบบการพัฒนาและวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งในด้านเกษตรกรรม การประมง  การปศุสัตว์  การพัฒนาป่าไม้  การปรับปรุงบำรุงดิน  ซึ่งผลการศึกษาทดลองที่ประสบผลสำเร็จแล้วและพร้อมจะนำไปส่งเสริมเผยแพร่แก่ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้ ประกอบด้วย พันธุ์พืช ได้แก่ ข้าวอุบล 2 สันป่าตอง 1 ปทุมธานี 1 ถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9 ถั่วเขียวพันธุ์ชัยนาท 72 ถั่วพุ่ม ข้าวโพดเทียน ข้าวโพดฝักอ่อน มะม่วง ศก.009 มะขาม ศก.019 ลิ้นจี่ นพ 1 ยางพันธุ์  PR 255 เห็ดขอนขาว เห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู  เห็ดเป๋าฮื้อ  พันธุ์สัตว์ ได้แก่ โคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง สุกรพันธุ์เหมยซาน  นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทดลอง วิจัย ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนี้

1.1   งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน

        1)      ศึกษาวิธีการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อปลูกหน่อไม้ฝรั่งในระบบเกษตรอินทรีย์บนชุดดินโพนพิสัย โดยข้อมูลที่ได้รับจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนปลูกพืชในพื้นที่ดินลูกรังชุดโพนพิสัย เพื่อให้มีการปรับปรุงบำรุงดินที่เหมาะสมในระบบเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการเพิ่มผลผลิตพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ

        2)     ศึกษาทดสอบการปลูกแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของคูระบายน้ำภายในพื้นที่ศูนย์ฯ ที่มีปัญหาดินเค็มบริเวณหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ เพื่อนำข้อมูลจากผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลพื้นฐานในการปลูกแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ดินเค็ม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของดินเค็มภายหลังการปลูกแฝก

1.2     งานศึกษาและพัฒนาด้านป่าไม้

        1)     ศึกษาวิจัยด้านบทบาทของการทดแทนตามธรรมชาติกับการสูญเสียดินและน้ำ ได้ทำแปลงทดลองในบริเวณพื้นที่ไร่ร้าง  ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และทำการเก็บข้อมูลปริมาณตะกอนและน้ำไหลบ่าหน้าดินเพื่อหาปริมาณการสูญเสียดินและน้ำในแต่ละพื้นที่โดยเก็บข้อมูลทุกครั้งที่ฝนตก สำหรับข้อมูลการทดแทนตามธรรมชาติและข้อมูลมวลชีวภาพของไม้พื้นล่าง จะทำการเก็บเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน

ตารางเฉลี่ยการสูญเสียหน้าดินและน้ำไหล ปี 2549

 

พื้นที่

ตะกอนดิน

 (ton/ha)

น้ำไหลบ่า

(m3/ha)

น้ำฝน

(ton/ha)

ป่าเบญจพรรณ

0.05188

51.45462

996.26

ป่าเต็งรัง

0.09936

122.95925

996.26

ไร่ร้าง

0.21554

207.02843

996.26

 

        2)     ศึกษาวิจัยลักษณะการไหลของน้ำจากป่าธรรมชาติเป็นการศึกษารูปแบบของสมการที่ใช้ประเมินค่าน้ำไหลในลำธารในช่วงเวลาต่างๆกัน และลักษณะการขึ้น – ลงของระดับน้ำในลำธารที่เกิดขึ้นจากฝนตกในปริมาณที่แตกต่างกัน  ในปี 2549 พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยไร่ สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 1,403.75 มิลลิเมตร  มีปริมาณน้ำท่า 184.56 มิลลิเมตร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำฝน  ร้อยละ 13.1

        3)     การศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพันธุ์ไม้ในป่าธรรมชาติ จำนวน 5 ชนิด คือ เหียงกราด เหมือดหอม  มะกอกเกลื้อน กระบก  และขี้เหล็กป่า โดยอัตราการสังเคราะห์แสงสุทธิสูงสุด  (light - Saturatednet photosynthesis, A) ของพรรณไม้  ส่วนใหญ่ในฤดูฝน มีค่าสูงกว่าในช่วงต้นฤดูฝนและฤดูแล้ง

1.3     งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม

        1)     ศึกษาการใช้น้ำหมักชีวภาพ  ปุ๋ยหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าว จำนวน 4 วิธี ซึ่งพบว่า พันธุ์ข้าว กข 6 วิธีการที่ได้ผลผลิตสูงคือ แปลงใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ อัตรา 10 ลิตรต่อไร่  รองลงมาคือแปลงใช้น้ำหมักชีวภาพ อัตรา 20 ลิตรต่อไร่ แปลงใช้ปุ๋ยเคมี 16-16-8 อัตรา 125 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ และแปลงไม่ใส่ปุ๋ยทุกชนิดผลผลิตเฉลี่ย 596  588  580 และ 500 กิโลกรัมต่อไร่  ตามลำดับ

        2)     ศึกษาการผลิตยางพาราพันธุ์ดี จำนวน 3 พันธุ์ เมื่ออายุ 20 ½ ปี  พบว่า  ยางพันธุ์  PR  255  มีการเจริญเติบโตดีที่สุด โดยมีขนาดเส้นรอบลำต้นที่ระดับ 170 ซม. เท่ากับ 69.52 ซม. รองลงมาคือ พันธุ์  RRIM  600  และGT 1 ได้แก่ 68.04 และ65.1 ซม. ตามลำดับ สำหรับผลผลิตของยางพันธุ์ที่ได้ผลผลิตสูงสุด คือ พันธุ์ RRIM 600 รองลงมาได้แก่ PR 255 และGT 1 ให้ผลผลิตยางตามลำดับ ดังนี้ 31.9 27.8 และ 21.4 กรัม/ต้น/ครั้งกรีด

        3)     ศึกษาการปลูกข้าวที่ปลอดภัยจากสารเคมีโดยใช้ปุ๋ยหมักแห้ง น้ำหมักจากหอยเชอร์รี่ร่วมกับการใช้ปุ๋ยพืชสดเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรโดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16 -16 – 8 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ ในระยะปักดำ และ 46 – 0 – 0   อัตรา 10 กิโลกรัม/ไร่ หว่านก่อนข้าวตั้งท้อง

ตารางแสดงการปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ในวิธีแตกต่างกัน

 

วิธีการ

ผลผลิต

(กิโลกรัม/ไร่)

ต้นทุน

(บาท)

รายได้

(บาท)

ผลตอบแทน

(บาท)

ปุ๋ยหมักแห้ง + น้ำหมักหอยเชอรี่

570

1,825

5,700

3,875

ปุ๋ยเคมี

565

1,880

5,650

3,770

 

         4)     ศึกษาการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น การแปรรูปจากอ้อย ได้พัฒนาวิธีการผลิตน้ำตาลแดง เพื่อรับประทานกับเครื่องดื่ม การทำซีอิ๊วจากโปรตีนถั่วเขียว โดยใช้โปรตีนถั่วเขียว 137 กิโลกรัม ทำการเพาะเชื้อรา Aspergillus Oryza เพื่อหมักและผลิตซีอิ๊วได้ 123 ขวด และบางส่วนยังอยู่ในระหว่างการหมักเพื่อผลิตซีอิ๊ว ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบในพื้นที่ให้มากที่สุด นับเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของการเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน

         5)    ศึกษาวิธีการปลูกกระเจี๊ยบ  โดยใช้ระยะการปลูก 1x 0.50 เมตร ปลูกด้วยเมล็ด ได้รับผลผลิตน้ำหนักแห้ง 34.5 กิโลกรัม/ไร่ หรือน้ำหนักสดเฉลี่ย 282 กิโลกรัม/ไร่ และศึกษาวิธีการปลูกสบู่ดำ ได้ทำการปลูกสบู่ดำโดยใช้ระยะการปลูกที่แตกต่าง ได้ผลการศึกษาดังนี้

 

ระยะปลูกสบู่ดำ

ความสูงเฉลี่ย

(ซม.)

ทรงพุ่มเฉลี่ย

(ซม.)

ผลผลิตเฉลี่ย

(กิโลกรัม/ไร่)

ระหว่างแปลง 2 เมตร x ระหว่างต้น 1 เมตร

169.00

104.00

32.16

ระหว่างแปลง 2 เมตร x ระหว่างต้น 2 เมตร

140.50

106.80

12.80

        6)    ทดสอบและพัฒนาพืชสวน ได้แก่ ทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพในการผลิตมังคุด ลองกอง ในด้านผลผลิตมังคุด พบว่ามีต้นที่ให้ผลผลิตแล้ว ร้อยละ  41  มากกว่าปี พ.ศ.  2548  อยู่  ร้อยละ 20  ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อต้น 1,399 กรัม/ต้น มากกว่าปี พ.ศ. 2548 อยู่  ร้อยละ 54  ในด้านผลผลิตของลองกอง พบว่า มีต้นที่ให้ผลผลิตแล้ว ร้อยละ  18.6  มากกว่าปี พ.ศ.  2548 อยู่  ร้อยละ 16  ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อต้น 1,453 กรัม/ต้น มากกว่า ปี พ.ศ. 2548 อยู่ ร้อยละ 90  ซึ่งผลผลิตในปี พ.ศ. 2549 ของมังคุดและลองกอง นับว่ายังให้ผลผลิตน้อยอยู่ให้ผลผลิตเพียง ร้อยละ 41 และ          ร้อยละ  18.6  ตามลำดับเท่านั้น และทดสอบการปลูกทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองจาก สปป.ลาว พบว่า มีการเจริญเติบโตในด้านความสูงเฉลี่ย 245 ซม.  เส้นผ่าศูนย์กลางโคนต้น  5 ซม. เปรียบเทียบกับพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ชะนี  ซึ่งให้ความสูงเฉลี่ย 163 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางโคนต้น 3.8 เซนติเมตร แต่ยังไม่มีทุเรียนพันธุ์ใดมีการออกดอกและติดผล

        7)     ศึกษาการคัดเลือกสายพันธุ์เห็ด ได้แก่ เห็ดหอม เห็ดขอนขาว เห็ดตีนแรด  โดยได้ทำการเพาะทดสอบและเปรียบเทียบเห็ดหอม 10 สายพันธุ์ พบว่า เส้นใยเห็ดหอมทุกสายพันธุ์เจริญเติบโตเต็มก้อนอาหารขี้เลื่อย เฉลี่ยภายใน 75 วัน พบการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ประมาณร้อยละ  9.67 – 20.67 จากการศึกษาครั้งนี้เห็นว่า เห็ดหอมสายพันธุ์หมายเลข 10 (สกลนคร) จะเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่จังหวัดสกลนครมากที่สุด  มีหมวกดอกเห็ดสีน้ำตาล ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าสายพันธุ์อื่น คือ 88 กรัม/ถุง สำหรับเห็ดขอนขาว ทำการทดสอบ 17 สายพันธุ์มีอัตราการเจริญต่างกัน โดยสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มใช้เป็นเชื้อพันธุ์ทางการค้าของจังหวัดสกลนครมีไม่น้อยกว่า 4 สายพันธุ์ คือ ขอนขาว 4  BUB5  BUB 9 และH – 17 สำหรับช่วงฤดูฝน – หนาว ให้ผลผลิต 133.33  138.33  141.67  และ 141.67 กรัม/ถุง ตามลำดับ

1.4   งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์

        1)     โครงการพัฒนาโคเนื้อสายพันธุ์  “ทาจิมะ” เป็นการทดลองขยายพันธุ์โคเนื้อสายพันธุ์ทาจิมะ  ซึ่งเป็นโคที่รัฐบาลญี่ปุ่นน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นโคขุนที่มีความพิเศษในเรื่องรสชาติที่รู้จักกันดีในชื่อ “เนื้อโกเบ” จึงได้ศึกษาวิจัยทดสอบการขุนโคทาจิมะเพื่อผลิตเนื้อคุณภาพสูง  พัฒนาเทคโนโลยีระบบการเลี้ยงและขุนให้มีความเหมาะสมกับเกษตรกรไทย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน ไปปรับใช้ในการเลี้ยงของตนเอง อันจะเป็นลู่ทางเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี

        2)     โครงการพัฒนาสุกรสายพันธุ์ภูพาน โดยพัฒนาจากจุดเด่นของสุกร 3 สายพันธุ์  คือ พันธุ์เหมยซาน พันธุ์พื้นเมือง  และพันธุ์ดูร๊อกเจอร์ซี่  ให้มีขนาดกะทัดรัด ให้ลูกดก  เลี้ยงง่าย มันน้อย  และเนื้อแดงมาก  ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ทนต่อโรค ขณะนี้อยู่ในช่วงการพัฒนารุ่นที่ 4   (F5)  ซึ่งจะได้สุกรสายพันธุ์ภูพาน ที่มีความสมบูรณ์ และมีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของเกษตรกรที่สามารถส่งเสริมการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในอนาคต

        3)     โครงการพัฒนาไก่ดำสายพันธุ์ภูพาน โดยรวบรวมไก่ดำลูกผสมที่เลี้ยงอยู่ในจังหวัดสกลนครมาผสมพันธุ์  ปัจจุบันในช่วงพัฒนาสายพันธุ์ รุ่นที่ 3 (F3) ที่มีลักษณะตามต้องการ คือ โครงสร้างคล้ายไก่พันธุ์เมืองไทย ขนดำ หนังดำ กระดูกดำ และเนื้อดำ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำพันธุ์ไก่ดำที่ได้ไปเลี้ยงภายใต้ระบบการเลี้ยงแบบเดิมๆ ที่สร้างโรงเรือนแบบง่ายๆ หรือปล่อยตามใต้ถุนบ้าน ไม่ต้องเพิ่มต้นทุนหรือใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงที่ซับซ้อนและสร้างรายได้มากกว่าการเลี้ยงไก่ทั่วไป

2.     ด้านการส่งเสริมและขยายผลการพัฒนา

        เมื่อทำการศึกษา  ทดลอง วิจัย  และแสวงหารูปแบบการพัฒนาและวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และทดสอบจนได้รับผลสำเร็จแล้ว  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้นำรูปแบบการพัฒนาที่ประสบผลสำเร็จนั้นไปขยายผลให้แก่ราษฎร  เพื่อเป็นตัวอย่างให้ราษฎรและเกษตรกรใช้ปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง โดยวิธีการเผยแพร่  สาธิต  ส่งเสริมและสนับสนุนราษฎรในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ตลอดจนพื้นที่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ดังนี้

                2.1   ด้านเกษตรกรรม

                -      ทำการเตรียมหัวเชื้อเห็ดและเพาะเห็ด สำหรับสนับสนุนเกษตรกรพร้อมทั้งจำหน่าย โดยสามารถส่งผลผลิตเป็นรายได้ศูนย์ฯ จำนวน 74 กิโลกรัม และ ดำเนินการติดตามผล ให้คำแนะนำแก่เกษตรกร จำนวน 9 รายและสนับสนุนเชื้อเห็ดให้รายละ 1,000 ก้อน พร้อมทั้ง ฝึกอบรมการเพาะเห็ดให้แก่เกษตรกร  ทำให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายเห็ดหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว

                -     ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับความรู้การแปรรูปผลผลิตจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ถูกวิธี  โดยการฝึกอบรม  2  รุ่น  50   คน   มีหลักสูตร    ที่ทำการแปรรูป เช่น แปรรูปวุ้นเส้นจากถั่วเขียว การแปรรูปจากถั่วลิสง  ข้าวโพด กระเจี๊ยบ และการทำผลิตภัณฑ์จากอ้อย ข้าว มันสำปะหลัง เป็นต้น

                -      ส่งเสริมเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯทำแปลงกล้ายางและแปลงกิ่งตายางพันธุ์ดี  2 ราย เพื่อเป็นจุดแสดงการเพาะกล้ายางพารา  อันจะทำให้เกษตรกรได้มีความรู้ด้านการเพาะกล้ายางพารา ตลอดจนสนับสนุนกล้ายางพาราพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรไปปลูกในพื้นที่ของตนทำให้ได้ผลผลิตสูง

                -     สาธิตการปลูกพืชโดยมีพืชไร่เป็นพืชร่วม มีเกษตรกรเข้าร่วม  18  ราย  โดยปลูกถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9  ในพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ มีผลผลิตแห้ง 1,645  กิโลกรัม ผลผลิตสด 1,045  กิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ยรายละ 1,485 บาท นอกจากนี้ ยังคงเหลือฝักเก็บไว้ทำพันธุ์ต่อไป

                -     ผลิตพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี  15 ชนิด เช่น มะม่วงพันธุ์ดี ขนุน ส้มโอ มะไฟ กระท้อน เป็นต้น สามารถผลิตได้ 6,665 ต้น เพื่อจำหน่ายจ่ายแจกแก่เกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และประชาชนทั่วไป  รวมทั้งเป็นแหล่งสาธิตให้แก่เกษตรกรในด้านพืชและไม้ผลพันธุ์ดี

               2.2    ด้านปรับปรุงบำรุงดิน

               -     สาธิตและส่งเสริมการทำและการใช้ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยอินทรีย์น้ำให้กับเกษตรกร  21 หมู่บ้าน  232 ราย และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสดให้กับเกษตรกร     21 หมู่บ้าน 320 ราย  ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากเกษตรกรเนื่องจากไม้ผลและข้าวที่ปลูกในแปลงที่ใช้ประโยชน์จากปุ๋ยดังกล่าวมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่สูงกว่าในแปลงใกล้เคียง  ผลผลิตเพิ่มดีกว่าเดิมและลดต้นทุนในการผลิตให้แก่เกษตรกร

               -     ส่งเสริมการปลูกแฝกตามแนวระดับ  เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน  เช่น ปลูกแฝกตามขอบบ่อทฤษฎีใหม่  42  บ่อ ปลูกแฝกตามขอบฝายต้นน้ำลำธาร  68  แห่ง  และแจกจ่ายกล้าแฝกให้กับกิจกรรมต่างๆภายในศูนย์ฯ ที่ต้องการนำกล้าแฝกไปปลูกเพื่อการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและรักษาหน้าดินไว้

              2.3   ด้านประมง

              -  ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  มีความรู้และความสามารถในการผลิตพันธุ์ปลา  และเพาะเลี้ยงปลา ทำให้เกษตรกรมีแหล่งโปรตีนที่ดีและมีประโยชน์สำหรับครัวเรือน  เป็นการลดค่าใช้จ่าย และช่วยเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายพันธุ์ปลาให้แก่ครอบครัว อันเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพทางการประมงในชุมชน ดังนี้

             -  ส่งเสริมสนับสนุนพันธุ์ปลาให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ 42 รายๆละ 6,000 ตัว และสนับสนุนพันธุ์ปลาดุกให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์  150 ราย

            -  สนับสนุนพันธุ์ปลาเพื่อเลี้ยงปลาในบ่อโรงเรียนตามโครงการอาหารกลางวัน   8 โรงเรียน

            -  สนับสนุนพันธุ์กบให้เกษตรกรที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์ 70 ราย

           2.4   ด้านปศุสัตว์

            -  ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เกษตรกร ซึ่งเป็นแม่พันธุ์โคนม จำนวน 9 ตัว ผลิตลูกโคนม 6 ตัว เกษตรกรได้เรียนรู้ระบบการเลี้ยงโคนมอย่างครบวงจร

            -  ส่งเสริมการเลี้ยงสุกรพันธุ์เหมยซานและสุกรพันธุ์ภูพาน โดยสนับสนุนสุกรอายุ 2-3 เดือน แก่เกษตรกร 49 ราย และได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งสุกรดังกล่าวเป็นที่นิยมของเกษตรกรในปัจจุบัน

            -  ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด  เช่น เป็ดเทศสายพันธุ์กบินทร์บุรีท่าพระ  เป็ดเทศสายพันธุ์กากีแคมเบล  ไก่ดำสายพันธุ์ “ภูพาน”  ตลอดจนพัฒนาไก่พื้นเมืองให้สามารถเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว โดยสนับสนุนพันธุ์ไก่พื้นเมืองอายุ 3-4 เดือนแก่เกษตรกร  478 ราย ซึ่งไก่ดำกำลังเป็นที่นิยมของตลาดในขณะนี้

            -  ส่งเสริมการผลิตเสบียงสัตว์คุณภาพดี  โดยส่งเสริมให้จัดทำแปลงปลูกหญ้า ในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  160  ไร่  เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์ โดยการทำนาหญ้ากำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกร

          2.5   ด้านการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี

ทำการฝึกอบรมให้เกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และประชาชนทั่วไป  1,335 คน ตามหลักสูตรการประกอบอาชีพต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาการผลิตข้าวพันธุ์ดี  การปลูกหม่อนไหม  การใช้สบู่ดำ  การทอเสื่อกกและการแปรรูปอาหารจากข้าว  การเพาะเห็ด  การปลูกไม้ผล  การผลิตยางพารา  การพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร การนวดเพื่อสุขภาพ  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดขั้นพื้นฐาน  การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพร  การทอผ้าฝ้ายผสมไหมด้วยกี่กระตุก  การทอผ้าไหมมัดหมี่  บัญชีฟาร์ม  การเลี้ยงโค – สุกร  การทำนาหญ้าและเสบียงสัตว์  และการเกษตรผสมผสาน

ทั้งนี้  การสนับสนุนส่งเสริมเผยแพร่ของกิจกรรมต่างๆ ให้แก่ราษฎรทั่วไปในแต่ละด้าน  ล้วนเป็นการขยายผลที่มีผลเชื่อมโยงเป็นประโยชน์ พึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ อันจะทำให้ราษฎรมีความรู้ในการประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่แน่นอนเพื่อความพออยู่  พอกิน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของราษฎร

แนวทางการดำเนินงานต่อไป

1.     ด้านการศึกษา  ทดลอง วิจัย  เน้นการให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านพลังงานทดแทนเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านพลังงานในอนาคต และสนับสนุนให้มีการศึกษา วิจัย  เพิ่มมากขึ้น โดยยึดแนวพระราชดำริและแนวทางการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้จากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน  2549 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อำเภอดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่

2.     ด้านการขยายผล เน้นการถ่ายทอดความรู้สู่ราษฎรโดยใช้เกษตรกรต้นแบบหรือปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่เป็นแกนนำในการขยายผลการมีส่วนร่วมในชุมชน ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร และการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นแรงเสริมให้งานขยายผลเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ผลการดำเนินงาน ปี 2550

1.   แผนงานวิจัย ค้นคว้า ทดลอง และพัฒนา

      1.1    งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม

-  ศึกษาการใช้น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าวเพื่อเป็นแนวทางในการปลูกข้าวอินทรีย์  เพื่อเป็นการลดอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีและยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ในด้านการปรับปรุงบำรุงดิน

-  ศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวดีเด่นที่ให้ผลผลิตสูงโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกร หรือเป็นการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการหุงต้มเป็นที่ต้องการของเกษตรกรและตลาด

-  ศึกษาระบบการปลูกพืชไร่แบบยั่งยืนโดยใช้ระบบหมุนเวียนพืช (พื้นที่2 ไร่) โดยการปลูกพืชไร่เป็นพืชหลักเพียงอย่างเดียว พบว่าการดำเนินการปลูกถั่วพุ่มพันธุ์ KVC7 ให้ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 379 กก./ไร่ น้ำหนักแห้งเฉลี่ย 112 กก./ไร่ ปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์ซุปเปอร์สวิท ให้ผลผลิตเฉลี่ย  836   กก./ไร่ สำหรับการปลูกพืชไร่สลับกับปุ๋ยพืชสด (ปอเทือง) พบว่าการดำเนินการปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์ซุปเปอร์สวิท  ให้ผลผลิตพืชสดเฉลี่ย 1,214 กก./ไร่ ส่วนถั่วพุ่มพันธุ์ KVC7 อยู่ในระหว่างการปลูกและการดูแลรักษา

-  ศึกษาการใช้หญ้าแฝกป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในการปลูกพืชไร่บนพื้นที่ลาดเอียง (พื้นที่ 3 ไร่)

-  ศึกษาการจัดระบบการปลูกสบู่ดำโดยอาศัยน้ำฝนและระบบชลประทานดำเนินการเก็บข้อมูลดังนี้

แปลง

ความสูง

(ซม.)

ทรงพุ่ม

(ซม.)

ผลผลิต

(กก./ไร่)

แปลงอาศัยน้ำฝน

 

 

 

            พื้นที่ดอน

219.77

166.58

27.23

            พื้นที่ลาดเอียง

178.36

114.94

27.29

            พื้นที่ลุ่ม

179.21

110.2

21.94

แปลงระบบชลประทาน

 

 

 

            พื้นที่ดอน

22.72

153.23

34.96

            พื้นที่ลาดเอียง

187.72

119.32

35.06

            พื้นที่ลุ่ม

149.64

84.83

23.91

 -  ศึกษาระยะปลูกที่เหมาะสมในการปลูกสบู่ดำ  ดำเนินการปลูกสบู่ดำ 2 ระยะ คือ ระยะ ปลูก 2 x 1 เมตร และ 2 x 2 เมตร ดำเนินการเก็บข้อมูลความสูง ทรงพุ่ม และผลผลิต ดังนี้

            ระยะปลูก

ความสูง

(ซม.)

ทรงพุ่ม

(ซม.)

ผลผลิต

(กก./ไร่)

ระยะปลูกระหว่างแถว 2 x ระยะปลูกระหว่างต้น 1 เมตร

189.28

117.14

17.44

ระยะปลูกระหว่างแถว 2 x ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร

184.77

137.22

20.73

-  ศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวดีเด่นที่ให้ผลผลิตสูงโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม ในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกร หรือเป็นการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการหุงต้มเป็นที่ต้องการของเกษตรกรและตลาด

-  ทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพในการผลิตมังคุดอินทรีย์  มังคุดจะเริ่มแทงช่อดอก ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม พ.ศ.2550 และ เก็บเกี่ยวช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ.2550 ในด้านผลผลิตมังคุด พบว่า มีต้นมังคุดที่ให้ผลผลิตแล้วร้อยละ 67 มากกว่าปีพ.ศ. 2549

-  ศึกษาปริมาณวัสดุที่เหมาะต่อการเพาะเห็ดหอมให้ได้ผลผลิตสูง  การเพาะเห็ดหอมเบอร์ 4 สายพันธุ์สกลนคร ในอาหารขี้เลื่อยผสมฟางข้าวที่บรรจุในถุงปริมาณ 300 500 700  900 และ 1,200 กรัมต่อถุง เปรียบเทียบผลผลิต เพื่อศึกษาวิธีการเพาะเห็ดโดยวิธีดำเนินการทดลองที่ต่างกันเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาของเกษตรกรให้สามารถปลูกเองได้และลดต้นทุนการผลิตเป็นการเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนอีกทางหนึ่งรวมทั้งศึกษาการใช้เศษเหลือก้านดอกเห็ดหอมป่นเป็นอาหารเสริมใช้เพาะเห็ดหอม  การเพาะเห็ดหอมเบอร์ 4 สายพันธุ์สกลนคร  ในอาหารขี้เลื่อยผสมฟางข้าวที่ผสมอาหารเสริมเศษหรือก้านดอกเห็ดหอมป่น รำข้าว และน้ำตาล  12   กรรมวิธี

-  ทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพในการผลิตลองกองอินทรีย์  ทดสอบกับต้นลองกองที่ให้ผลผลิตแล้ว 2 ปี ( ปีที่ให้ผลผลิต คือ ปี 46 และ ปี 47 )  เริ่มดำเนินการทดลองในปี พ.ศ. 2548 มี  4  กรรมวิธี

-  ทดสอบการปลูกทุเรียนพื้นเมืองของ สปป.ลาว 7 พันธุ์  และทุเรียนไทย 2 พันธุ์  ปลูกทุเรียนพันธุ์ลาว เพิ่มอีก  6 พันธุ์  จากไทย 4 พันธุ์  โดยปลูกรวมในแปลงเดียวกัน  แต่ละพันธุ์ปลูก 4 ต้น  ยกเว้นกระดุมทองและพวงมณี  ปลูกเพียงพันธุ์ละ 2 ต้น  ใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร  รวมมีพันธุ์ทุเรียนทั้งสิ้น 19 พันธุ์ โดยมาจาก สปป.ลาว  13 พันธุ์  จากไทย 6 พันธุ์

-  ศึกษาการเลี้ยงกบแบบครัวเรือน  โดยการใช้อาหารที่มีในท้องถิ่นเพื่อทดแทนอาหารเม็ด ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ทำการทดสอบ 3 วิธีการคือ วิธีที่ 1  ให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว  วิธีที่ 2  ให้อาหารเม็ดร่วมกับหอยเชอร์รี่  วิธีที่ 3 ให้หอยเชอร์รี่เพียงอย่างเดียว ให้ผลดังนี้

ตารางแสดงผลผลิต รายได้ และผลตอบแทนการเลี้ยงกบเพื่อการบริโภคในครัวเรือน

วิธีการ

ผลผลิต
(จำนวนตัว)

น้ำหนักรวม

(กรัม)

น.น.เฉลี่ยต่อตัว
(กรัม)

ต้นทุน

รายได้

ผลตอบแทน

อาหารเม็ด

55

11.996

144

1,188

719

-469

อาหารเม็ด+หอยเชอร์รี่

53

14.82

132

702

850

148

หอยเชอร์รี่

58

15.92

184

216

955

739

-  ศึกษาผลผลิตยางพันธุ์ดี เริ่มปลูกยางพาราเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2528 ในพื้นที่ 17 ไร่ ใช้ยางชำถุงขนาด 1-2 ฉัตร 3 พันธุ์ ได้แก่พันธุ์ RRIM600, GT1 และ PR255 แบ่งออกเป็น 3 แปลงย่อย

                1.     แปลงที่ 1 ประกอบด้วย ต้นยางเปิดกรีด พันธุ์ RRIM 600 , GT1 และ PR255  มีการปลูกพืชสมุนไพรทนร่มเงา ได้แก่ หวาย พริกไทย กระวาน อบเชย ดีปลี กระทือ เร่ว ข่าป่า และว่านชักมดลูก แซมระหว่างแถวยางในปีที่ 6

                2.   แปลงที่ 2 ประกอบด้วย ต้นยางเปิดกรีด พันธุ์ RRIM 600 ,  GT1  และ PR255

                3.   แปลงที่ 3 ประกอบด้วย ต้นยางเปิดกรีด พันธุ์ RRIM 600 , GT1  และ PR255 มีการปลูกพืชคลุมดินคาโลโปโกเนียมระหว่างแถวยางมีต้นยางเปิดกรีดมีจำนวนทั้งสิ้น 951 ต้น เป็นพันธุ์ RRIM600  327 ต้น  พันธุ์ GT1  327 ต้น และพันธุ์ PR255  297 ต้น

-  ศึกษาการปลูกยางพาราเอนกประสงค์สำหรับสวนยางขนาดเล็ก  ปลูกยางพาราพันธุ์ RRIM600 พื้นที่ 6 ไร่ ในปี พ.ศ.2536 โดยใช้ระยะปลูก 2.5 x 7 เมตร ปีที่ 1 ปลูกข้าวไร่ กล้วย สับปะรด ปีที่ 2 ปลูกข้าวไร่   แซมยาง และทำการปลูกพืชร่วมยางในพื้นที่ว่างระหว่างแถวยางในปีที่ 1 มะม่วง 3 ฤดู  ปีที่ 2 ได้แก่ หวาย ไผ่ตง ไผ่รวก มังคุด ลองกอง ขนุน สะตอ

      1.2    งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์

-  โครงการพัฒนาสุกรสายพันธุ์ "ภูพาน" ซึ่งเป็นการคัดเลือกพัฒนาปรับปรุงพันธุ์สุกร 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เหมยซาน สุกรพื้นเมือง ดูร็อคเจอร์ซี และแลนด์เรซ เพื่อได้สุกรที่มีความเหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงของเกษตรกร มีความทนต่อโรคและสภาพแวดล้อม เลี้ยงง่าย ให้ลูกดก

-  โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเลี้ยงกวางเชิงธุรกิจเป็นการดำเนินการศึกษาหาวิธีการและขั้นตอนการเลี้ยงกวางเชิงธุรกิจและการพัฒนากวางม้าลูกผสม เพื่อทำการศึกษาหาเทคนิค วิธีการและความเป็นไปได้ในการเลี้ยงกวาง  รูซ่าและกวางม้าลูกผสมในเชิงเศรษฐกิจในสภาพภูมิอากาศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-  งานวิจัยทดสอบการขุนโคทาจิมะเพื่อผลิตเนื้อคุณภาพสูง เป็นการดำเนินการขุนโคทาจิมะเพศผู้ภายใต้การจัดการเดียวกันการให้อาหารปรับปริมาณและ
ชนิดตามรูปแบบการขุนแบบญี่ปุ่น เพื่อทดสอบคุณภาพซากโคด้านส่วนประกอบทางเคมีของเนื้อและไขมันรวมทั้งศึกษาต้นทุนการผลิตเนื้อโคนมเพศผู้ขุนแบบญี่ปุ่น

-  ฟาร์มสาธิตพัฒนาระบบการจัดการให้อาหารโคนม  เป็นการจัดตั้งฟาร์มสาธิตการเลี้ยงโคนมโดยแยกกลุ่มการเลี้ยงตามประเภทของโคเพื่อสะดวกในการจัดการให้อาหาร  เช่น  โครีดนม  โคแห้งนม  ลูกโค โคสาว  รวมทั้งการจัดการด้านอาหารหยาบคุณภาพดีเลี้ยงโคได้ตลอดทั้งปี  เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการฟาร์มโคนมของตนเอง และช่วยแก้ปัญหาในด้านการจัดการเลี้ยง  การให้อาหาร ลดต้นทุนการผลิต

      1.3    งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว

ศึกษาการพัฒนาเส้นไหมตามแนวพระราชดำริ  โดยได้เข้าทำการสำรวจ กลุ่มปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม และไหมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสกลนคร คือ พันธุ์ไทย(นางตุ่ย) ซึ่ง 3 หมู่บ้าน นั้น คือ บ้านนากับแก้ บ้านนาอ่าง และบ้านหนองไผ่  โดยร่วมกับกลุ่มราษฎรทั้ง 3  หมู่บ้าน ร่วมกับคณะศึกษาพัฒนาเส้นไหม

      1.4    งานศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

-  โครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อขจัดความยากจน  138  ครัวเรือน และ 21  หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  โดยแบ่งออกเป็น  3  กิจกรรม

             1.   ประชุมเชิงปฏิบัติการแกนนำของหมู่บ้าน (ชุดปฏิบัติการ) หมู่บ้านละ  2  คน 13  หมู่บ้าน

             2.   จัดเวทีประชาคมเพื่อขับเคลื่อนตัวชี้วัด 6x2 และการปรับแผนชุมชน  13  หมู่บ้าน

             3.   ดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่ปรากฏในแผนชุมชน 13  หมู่บ้าน

2.   แผนงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

      2.1  งานป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า จำนวน 11,000  ไร่  เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากร ธรรมชาติ ระวังป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยดำเนินงานในเขตพื้นที่  บ้านลาดกระเฌอ  หมู่ที่ 8  บ้านนานกเค้า หมู่ที่ 10  บ้านลาดสมบูรณ์  หมู่ที่ 12  บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 2  บ้านลาดสมบูรณ์ใหม่ หมู่ที่ 16  บ้านบอน หมู่ที่ 5  บ้านเหล่า หมู่ที่ 6  บ้านม่วง  หมู่ที่ 9

      2.2  งานบำรุงแปลงสาธิต  จำนวน 7 แปลง/200 ไร่  เพื่อบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งความรู้และเป็นรูปแบบหรือตัวอย่างการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร

3.   แผนงานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยี

       3.1   งานศึกษาการพัฒนาเกษตรกรรม

-  แนะนำพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี พื้นที่ 1 ไร่/ 16 พันธุ์ จัดทำแปลงแสดงพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมและสามารถเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร และสามารถเลือกใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์ดีได้ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตัวเอง

-  สาธิตการปลูกข้าวแบบผสมผสาน การเลี้ยงหมู  และปลาในนาข้าว พื้นที่ 3 ไร่  รวบรวมข้อมูลเพื่อหาวิธีและระบบการปลูกข้าวให้เหมาะสมกับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร สามารถนำไปปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ  ที่ได้ไปปรับปรุงใช้ในพื้นที่ของตัวเอง

-  สาธิตการปลูกพืชก่อนและหลังนาที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตและมีอัตราการใช้น้ำน้อย  และการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน มุ่งเน้นพื้นที่ตระกูลถั่ว

-  การผลิตข้าวพันธุ์ดี 6 พันธุ์ (สกลนคร  กข.6  เหนียวอุบล 2 หางยี 71  กข. 15และขาวดอกมะลิ 105) ในพื้นที่ 8 ไร่   ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อสนับสนุนเกษตรกรโดยมุ่งเน้นความบริสุทธิ์และตรงตามพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

-  การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กข6 และขาวดอกมะลิ 105 ในนาเกษตรกร (พันธุ์ละ 4 ไร่) จัดทำแปลงสาธิตผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยมุ่งเน้นการปลูกข้าวไว้ทำพันธุ์ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ใส่ใจในความบริสุทธิ์ของพันธุ์   อันเป็นปัญหาให้เกิดข้าวแข็งบางพันธุ์อาจจะคืนพันธุ์ หรือมีข้าวอื่นปน

-  ผลิตท่อนพันธุ์หม่อนพันธุ์ดี (3 พันธุ์) บุรีรัมย์ 60  สกลนคร 72  และสกลนคร 10  ผลิตท่อนพันธุ์หม่อนพันธุ์ดีที่เกษตรกรต้องการปลูก  โดยเฉพาะ         หม่อนพันธุ์ใหม่  ได้แก่  สกลนคร 72  และสกลนคร 10

-  ผลิตไข่ไหมพันธุ์ดีพันธุ์พื้นบ้าน (นางตุ่ย)  การผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี 210 แผ่น เกษตรกรหันมาสนใจการเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านมากขึ้น  ประกอบกับมีโครงการพัฒนาคุณภาพเส้นไหมพันธุ์พื้นบ้านและเกษตรกรสามารถจำหน่ายเส้นไหมได้ราคาดี

-  แปลงแนะนำเทคโนโลยีพืชไร่พันธุ์ดี (อ้อย  ข้าวโพด  ถั่วลิสง  ถั่วเขียว มันสำปะหลัง  ถั่วพุ่ม  และปอโมโรเฮยะ) (2 ไร่)   โดยทำการปลูกพืชไร่พันธุ์ดีชนิดต่าง ๆ ที่กิจกรรมพืชไร่ ศูนย์ภูพานฯ เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจทางด้านการเกษตร ได้เข้าศึกษาและดูงาน โดยทำการปลูกพืชไร่ต่าง ๆ ดังนี้

                                          - ข้าวฟ่างหวาน            พันธุ์ มข.40            ผลผลิตเฉลี่ย        189.47 กก./ไร่

                                          - ถั่วเขียวผิวดำ            พันธุ์ อู่ทอง 2          ผลผลิตเฉลี่ย            266 กก./ไร่

                          - ถั่วเขียวผิวดำ            พันธุ์ พิษณุโลก 2      ผลผลิตเฉลี่ย            121 กก./ไร่

                                          - ถั่วลิสง                    พันธุ์ ไทนาน 9        ผลผลิตเฉลี่ย            153 กก. /ไร่

                                          - ถั่วพุ่ม                     พันธุ์ KVC 7            ผลผลิตเฉลี่ย       114.28 กก. /ไร่

                                          - ถั่วเขียว                   พันธุ์ ชัยนาท72       ผลผลิตเฉลี่ย             99 กก. /ไร่

                                          - ถั่วเขียว                   พันธุ์ ชัยนาท 36      ผลผลิตเฉลี่ย           154 กก. /ไร่                   

                                          - ข้าวโพดเทียน           พันธุ์ สุโขทัย 1        ผลผลิตเฉลี่ย           219 กก. /ไร่

 

-  สาธิตระบบการปลูกพืชไร่ สาธิตระบบการปลูกพืชโดยมีพืชไร่เป็นพืชร่วม  ซึ่งมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 15 ราย โดยปลูกถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9  ข้าวโพดหวานพันธุ์ซุปเปอร์สวิท และข้าวโพดเทียนพันธุ์สุโขทัย 1

-  สาธิตการผลิตเชื้อเห็ดและการเพาะเห็ด  เพื่อส่งเสริมการผลิตเชื้อเห็ดและการเพาะ เนื่องจากอาชีพของเกษตรกรคือ  การทำนาปี  เป็นส่วนมาก  หลังจากทำนาเสร็จจะว่างงาน  จึงจำเป็นต้องมีการแนะนำและส่งเสริมในการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก  รวมทั้งดำเนินการผลิตก้อนเชื้อเห็ดเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  5 กลุ่ม  กลุ่มละ 2,000 ก้อน  ในการผลิตก้อนเชื้อเห็ดเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ  ติดตามผลให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่ยังขาดความรู้ในด้านทักษะ จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้แก่เกษตรกร

-  สาธิตการปลูกผักพื้นบ้าน การปลูกพืชปลอดภัยจากสารพิษ โดยดำเนินการสาธิตการปลูกผักที่ปลอดสารพิษ โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรได้รู้ถึงวิธีการปลูกผักแบบปลอดสารพิษ  และการลดต้นทุนการสาธิตระบบการปลูกไม้ผลผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรได้ศึกษาในเรื่องของระบบการปลูกพืช หลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต  นอกจากนี้ ได้ดำเนินการสาธิตระบบการปลูกพืชในพื้นที่นาข้าว  สาธิตระบบการปลูกพืชโดยมีข้าวเป็นพืชหลักในระบบเกษตรผสมผสาน  เพื่อเป็นการสาธิตและเป็นการส่งเสริมสภาพชีว